head

นำทาง

ล็อกอิน

พระคัมภีร์มหาโชตรัต

โสทายะ สิท์ธิพุท์ธายะ สิท์ธิธัม์มายะ สิท์ธิสังฆายะ สิท์ธิปัจ์เจกพุท์ธายะ สิท์ธิสัพ์พัญ์ญูสาวกา สิท์ธิอริยานํ สิท์ธิวาจาทิหิริยํ สิท์ธิมารพลํโยธํ สิท์ธินิพ์พานมุต์ตมํ สิท์ธิสิโรหริหโร สิท์ธิพ๎รหมาธตรัฏ์ฐโก สิท์ธินาโค วิรุฬ๎หโก วิรูปัก์โข สิทธิจันทิมารวิ สิท์ธิอิน์โท จ เวนัต์เตโย จ กุเวโร วรุโณปิ จ สิท์ธิอัค์คิ จ วายุกํ ปชุน์โน จ กุมาโร จ สิท์ธิอัฏ์ฐารสเทวตา จตุปาลัญ์จเทวตา สิท์ธิราโม สิท์ธิเทโว สิท์ธิยัก์โข จ รัก์ขโส สิท์ธิวิช์ชาธรานํ จ สิท์ธิอีสีมเหสโร สิท์ธิปัพ๎พตเทวานํ สิท์ธิการิยเทวตา สิท์ธิปาสาทเทวานํ สิท์ธิเจติยเทวตา สิท์ธิโพธิรุก์ขเทวานํ สิท์ธิปาสาทเทวานํ สิท์ธิเจติยเทวตา สิท์ธิโพธิรุก์ขเทวานํ สิท์ธิอารัก์ขเทวานํ สิท์ธิวิหารเทวานํ พุท์ธรุปเทวานํ สิท์ธิติณา จ รุก์ขานํ วัล์ลิยาฆรเทวตา สิท์ธิชลถลัฏ์ฐานา วา สิท์ธิอากาสเทวตา สิท์ธิมุนี จ ราชาโน สิท์ธิปุริลลัก์ขณา สิท์ธิภูมัฏ์ฐเทวานํ สิท์ธิกัม์มพลํวรํ สิท์ธิปาทาอปาทา วา ทวิปาทาจตุป์ปทา พหุป์ปาทา จ สัต์ตกา สิท์ธิปัก์ขา จ วายุกํ เอเตน สิท์ธิเตเชน ชยโสต์ถิ ภวัน์ตุ เต ตํ รัก์ขัน์ตุ สัพ์พาทา ตํ ปริปาลยัน์ตุ สัพ์พทา ตํ สัพ์พสิท์ธิ ภวัน์ตุ สัพ์พทา ตํ สัพ์พโสต์ถิ ภวัน์ตุ เต สัพ์พทา ทุก์ขโรคภยา เวรา โสกา สัต์ตุจปัทวา อัน์ตรายา อเนกาปิ วินัส์สัน์ตุ จ เตชสา ชยสิท์ธิ ธนํลาภํ โสต์ถิ ภาค๎ยํ สุขํ พลํ สิริอายุ จ วัณ์โณ จ โภคํ วุฑ๎ฒิ จ ยสวา สตวัส์สา จ อายุ จ ชีวสิท์ธี ภวัน์ตุ เต

พุท์โธ จ มัช์ฌิโม เสฏ์โฐ สาริปุต์โต จ ทัก์ขิเณ ปัจ์ฉิเมปิ จ อานัน์โท อุต์ตเร โมค์คัล์ลานโก โกณ์ฑัญ์โญ ปุรภาเค จ พายัเพ๎ย จ ควัม์ปติ อุปาลี หรติฏ์ฐาเน อาคเณย์เย จ กัส์สโป ราหุโลเจว อีสาเณ สัพ์เพ เต พุท์ธมังคลาโย ญัต๎วา ปูชิโต โลเก นิท์ทุก์โข นิรุปัท์ทโว มหาเตโช สทา โหตุ สทา โสต์ถี ภวัน์ตุ เต

สิทธิการิยะ พระอาจารยเจ้าผู้ชื่อว่าท้าวสหัมบดีพรหมผู้เปนใหญ่กว่าพรหม ๑๖ ชั้น ท่านผู้นั้นจึงลงมาประดิษฐานจาฤกอักษรเปนต้นคัมภีร์มหาโชตรัต ว่าด้วยปฐมสัตว์มนุษย์อัน เกิดมาเปนรูปสัตรีภาพตั้งแต่คลอดออกจาครรภ์แห่งมารดา ก็มีกายประเภทต่างออกกว่าเปนผู้ชายนั้น ๔ ประการ คือถันประโยธรนั้นประการ ๑ จริตกิริยานั้นประการ ๑ ที่ประเวณีนั้นประการ ๑ คือต่อมเลือดฤดูนั้นประการ ๑ จึงเปน ๔ ประการดังนี้

จะว่าในคัมภีร์มหาโชตรัตนี้ก่อน มีพระบาฬีดังนี้ โลหิหทยํชาตํ อันว่าฤดูโลหิตแห่งหญิงอันเกิดมาแต่หัวใจ อันชื่อว่าหทัยวัตถุกำเดาว่าเมื่อหญิงมีฤดู มานั้น ให้คลั่งเพ้อไปเจรจาด้วยผี ให้นอนสดุ้งหวาดมักขึ้งมักโกรธไปต่างๆ ครั้นฤดูมีออกมาแล้ว ก็หายเพศที่เปนนั้นแล

ปิตตํ ชาตํ โลหิตอันเกิดแต่ขั้วดีนั้น เมื่อจะมีฤดูมานั้นให้คลั่งไคล้มะเมอเพ้อเจรจาด้วยผี ให้นอนสดุ้งหวาดไป ครั้นมีฤดูออกมาแล้วก็หายเพศนั้นแล

มํ สํ ชาตํ อันว่าฤดูอันเกิดแต่ผิวเนื้อนั้น ให้นอนร้อน ผิวเนื้อผิวหนัง ให้แดงดุจผลตำลึงสุก ลางทีก็ให้ผุดขึ้นทั้งตัวดุจออก หัดแลฟกเปนดังไข้ลากสาด เปนไปถึง ๒ วัน ๓ วัน ครั้นมีฤดูออกมาแล้วก็คลายไป

นหารู ชาโต อันว่าโลหิตอันบังเกิดมาแต่เส้นเอ็นทั้งปวงนั้น เมื่อจะใกล้มีฤดูมาให้เปนประดุจดังไข้จับ ให้สบัดร้อนสบัดหนาว ปวดศีศะเปนกำลัง ครั้นมีฤดูออกมาแล้วก็หายไปแล

อัฏฐิกํ ชาตํ อันว่าโลหิตอันเกิดมาแต่กระดูกนั้น เมื่อจะใกล้มีฤดูมา ให้เมื่อยให้ขบไปทุกข้อดังจะขาดจากกัน ให้เจ็บบั้นเอวสันหลังยิ่งนัก มักบิดเกียจคร้านบ่อยๆ ครั้นมีฤดูออกมาแล้วก็หายแล

สิทธิการิยะ พระครูผู้เฒ่าท่านกล่าวไว้ว่า ถ้าแพทย์ผู้ใดจะรักษาโลหิตฤดูแห่งหญิงอันมีฤดูมาแล้ว แลกลับแห้งไปก็ดี แต่รุ่นสาวขึ้นมาแลอายุควรจะมีฤดูมาแล้ว แลไม่มีฤดูมาตามประเวณี ลางทีมีฤดูมาแล้วกลับแห้งไปก็มี ลางคนแต่รุ่นสาวได้ ๑๔ ปี ๑๕ ปี ก็ยังไม่มีฤดูต่อมีผัวแล้วจึงมีฤดูมา หญิงเหล่านี้ท่านว่าเปนประเวณีโลกทั้งหลายแล

ถ้าแลหญิงคนใดมีฤดูมาแล้วกลับแห้งไปนั้น เปนเหตุด้วยโทษ ๕ ประการดังนี้ พระอาจารยเจ้าจึงกล่าวบาฬีอย่างนี้สมทบไว้ว่า

(๑) ยา นาริ ปุป์ผมาธรํ อุป์ปัน์นกามตัก์กินี ตัส์สาพลวา ราคัค์คิ นปฏิสัน์ธิ วิเสโสสติ

(๒) ยา นาริ ปุป์ผมาธรํ ภุญ์ชติ กฏุกาทิกํ ตัส์สาปิ คัพ์ภปาตนํ , สมุฏ์ฐานสัม์มเตอิทํ

(๓) ยา นาริ ปุป์ผมาธรั โทเสน อสัต์ตมนา อัต์ตานํ ปติโกเฏติ ปเรหิ มหัต์ตปิ วา เต กิลัน์ตกายา คัพ์ภปาตัป์ปตาวสา อาโปสมุฏ์ฐานํ อิทํ

(๔) ยา นารี คัพ์ภมาธรํ โมหจิต์ตํ สํกิตานานา กิฬาปสุตาว เสยโย เตชํ ปมุญ์จติ

(๕) เตน วายกุป์ปาปัส์สา ปฏิสัน์ธิ วิเสโสสติ วาโย สมุฏฐานํ อิทํ วิญ์ญายํ กุสเลหิปิ

โดยอรรถาธิบายว่า หญิงจำพวกใดเมื่อชนมายุได้ ๑๔ ปี ๑๕ ปีขึ้นไปก็สิ้นกำหนดตาน ทราง แล้ว ต่อมโลหิตแห่งหญิงนั้นก็ ให้บังเกิดขึ้นมาตามประเวณีแห่งสัตรีภาพ ให้แพทย์ทั้งหลายพิจารณาดูให้รู้ว่าโลหิตนั้นเกิดแต่ที่ใดๆแล้ว ให้ประกอบยาอันชื่อว่าพรหมภักต์ร ประจุโลหิตร้ายเสียให้สิ้นเชิงแล้ว จึ่งแต่งยาบำรุงไฟธาตุให้กินให้ธาตุทั้ง ๔ เสมอกันแล้ว จึ่งแต่งยาอันชื่อว่ากำลังราชสีห์ กำลังแสงพระอาทิตย์ บำรุงโลหิตให้บริบูรณ์แล้วเมื่อใด อันว่าสัตว์จะมาปติสนธินั้นจะตั้งขึ้นได้เมื่อนั้นแล

สิทธิการิยะ ถ้าแพทย์ผู้ใดรู้วิชาในคัมภีร์มหาโชตรัต จะแก้โลหิตสัตรีภาพอันพิการต่างๆ หญิงบางจำพวกโลหิตนั้นเปนก้อนกลมเข้าเท่าฟองเป็ดอยู่ในท้องน้อยแล้วหัวเหน่า บางจำพวกติดอยู่ในทรวงอก บางจำพวกกลมกลิ้งขึ้นกลิ้งลงอยู่ในท้องน้อย แล้วก็เจ็บปวดท้องดุจดังเปนบิด ลางทีให้ขึ้นจุกอยู่ที่ยอดอก เจ็บปวดดังจะขาดใจตายทั้งกลางวันแลกกลางคืน ถ้าถึงกำหนด ๗ วันตาย

ถ้าแพทย์ผู้ใดจะรักษาสัตรีภาพไปเมื่อหน้า ถ้าแลหญิงจำพวกใดตั้งแต่อายุได้ ๑๔ ปี ๑๕ ปี แล้วยังไม่มีฤดูมาก็ดี ลางทีมีฤดูมาแล้วกลับแห้งไปก็ดี ท่านให้แต่งยาบำรุงไฟธาตุเสียก่อนให้ธาตุทั้ง ๔ บริบูรณ์พร้อมแล้ว จึ่งแต่งยาขับโลหิตต่อไปเถิด ให้ทำยาบำรุงไฟธาตุนั้น ท่านให้เอาลูกเบ็ญจกูลสิ่งละบาท ๑ ผลผักชี ๑ ว่านน้ำ ๑ หัวแห้วหมู ๑ พิลังกาสา ๑ บอรเพ็ด ๑ ผิวมะกรูด ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท ทำเปนผงละลายน้ำส้มซ่าบำรุงไฟธาตุให้บริบูรณ์ แล้วจึ่งแต่งยาบำรุงโลหิตต่อไปนั้น

ท่านให้เอาเบ็ญจกูลสิ่งละ ๑ บาท โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ สิ่งละ ๒ สลึง ผลจันทน์ ๑ สลึง ดอกจันทน์ ๑ สลึง กระวาน ๑ สลึง กานพลู ๑ สลึง เลือดแรด ๑ บาท ดอกคำไทย ๑ บาท ฝางเสน ๒ บาท เกสรดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาก ๑ ดอกสารภี ๑ ดอกบัวหลวง ๑ ดอกมะลิ ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกระดังงา ๑ กฤษณา ๑ กระลำภัก ๑ ชะลูด ๑ ขอนดอก ๑ อบเชยเทศ ๑ ชะเอมเทศ ๑ จันทน์ทั้ง ๒ ขมิ้นเครือ ๑ เอาเสมอภาคต้มไห้กินโลหิตนั้นงามดีอย่าสนเท่ห์เลย

ภาคหนึ่งเอารากช้าพลู ๑ ผลช้าพลู ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ว่านน้ำ ๑ ฝักส้มป่อย ๑ เมล็ดสลอด ๑ สหัศคุณเทศ ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท เปล้าน้อย ๙ บาท พริกล่อน ๓ ตำลึง กระเทียม ๒ ตำลึง หัวดองดึง ๑ บาท ตำเปนผงละลายน้ำผึ้งก็ได้ น้ำส้มซ่าก็ได้ เหล้าก็ได้ ถ้าจะแช่สุราฝังเข้าเปลือกไว้กินแก้สาระพัด โลหิตเหน้าโลหิตร้ายทั้งปวง แก้เสมหะริศดวงผอมเหลืองก็ได้ ดีทุกประการแล

อนึ่งพระฤาษีทั้ง ๔ ตน ให้เอาใบหนาด ๑ บอรเพ็ด ๑ ใบมะตูม ๑ ใบผักคราด ๑ ยาทั้งนี้เอาน้ำสิ่งละทนาน เคี่ยวให้คงแต่ทนานหนึ่ง เอาใส่หม้อผนึกด้วยชันฝังดินไว้เดือน ๑ จึ่งกินหายโรคทั้งหลาย ถ้าฝังไว้ ๓ เดือนกินเปนอายุวัฑฒนะ เมื่อจะกินก็ได้ เมื่อจะประสมยาก็ดี ให้ออกชื่อพระฤาษีนารท พระฤาษีนาไลย พระฤาษีตาไฟ พระฤาษีตาวัว ทั้ง ๔ พระองค์ ซึ่งท่านประดิษฐานพระตำรานี้ไว้แล้ว ให้กินแต่วันละช้อนเถิด ประสิทธิทุกประการแล

สิทธิการิยะ พระตำรานี้ท่านกล่าวไว้ในคัมภีร์มหาโชตรัตได้ทำมามากแล้ว ตำรานี้สำหรับแก้โลหิตฤดูขัด แลคลอดบุตรโลหิตไม่ออกสิ้นเชิงก็ดี แลคนทั้งหลายย่อมว่าเปนบ้าพุทยักษ์ ลางคนก็ว่าผีพรายเข้าอยู่บ้าง ลางคนก็ว่าเปนไข้สันนิบาต เพราะว่าโลหิตนั้นตีขึ้นจับหัวใจก็ให้คลั่งเพ้อ ลางทีให้ขบฟันจักษุเหลือกแลบชิวหา ให้เท้าเย็นมือเย็น เพราะว่าโลหิตออกไม่สิ้นเชิงจึ่งให้เปนต่างๆ กล่าวมาทั้งนี้ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ ให้กินยาผายโลหิตเสียก่อน จึ่งแต่งยาให้กินแก้โลหิตเหน้า จึ่งดองยาให้กินขับโลหิตเหน้าให้ออกสิ้นเชิง ถ้าไม่ออกสิ้นจะกลายเปนฝีหัวคว่ำ ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ท่านให้ทำตามตำรานี้เถิด

หญิงใดคลอดบุตรได้ ๑, ๒, ๓, วันก็ดี จนถึงเดือน ๑ ก็ดี กำหนดโลหิตร้ายนั้นยังอยู่ ถ้าถึง ๒ เดือนแล้วจึงพ้นกำหนดโลหิตเหน้าร้ายแล

ถ้าว่ากำลังโลหิตกล้านักให้ตีขึ้นไปไม่สมประดี ให้สลบให้ชักมือกำเท้ากำ อ้าปากมิออก ลิ้นกระด้างคางแข็ง ทำให้คนทั้งหลายกลัว อันนี้ชื่อว่าโลหิตเหน้าเปนใหญ่กว่าลมทั้งหลาย จึงให้มีโทษดุจดังกล่าวมานี้แล
สิทธิการิยะ ตำรายาอันชื่อว่าสังขแพทย์ (น้อย) ท่านให้เอาสังข์ ๖ บาท ดินประสิวขาว ๑ บาท ผลจันทน์ ๑ สลึง เทียนดำ ๒ สลึง เทียนขาว ๒ สลึง เกลือ ๑ สลึง ขมิ้นอ้อย ๑ บาท หัวกะชาย ๒ สลึง บดเปนแท่งไว้ละลายน้ำส้มซ่า แก้โลหิตเหน้าโลหิตร้ายมิให้ตีขึ้นไปเลย ถ้าผู้ใดกินยานี้เหมือนอยู่ไฟได้เดือนหนึ่ง อย่าสนเท่ห์เลยได้ทำมามากแล้ว

ยาชื่อสังขแพทย์ (ใหญ่) รุสรรพโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง เอาเทียนทั้ง ๕ โกฐทั้ง ๕ ผลสมอไทย ๑ ผลสมอพิเภก ๑ ผลผักชีล้อม ๑ ผลผักชีลา ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ น้ำประสานทอง ๑ หัวอุตพิศ ๑ เบี้ยตัวผู้ ๑ สังข์ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ขิงแห้ง ๑ พริกล่อน ๑ การะบูร ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคทำผงไว้ก่อน ถ้าจะทำเปนยารุใหญ่ เอาผลสลอดเท่ายาทั้งหลาย ถ้าจะทำเปนยาผายเอาผลสลอด ๒ ส่วน บดกินหนัก ๒ ไพ ถ้าผู้หญิงกินหนัก ๑ ไพ แก้โลหิตร้ายทั้งปวง แก้ริศดวงแก้คุณผีแก้คุณคนก็ได้ ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล

ยาชื่อสังข์วิไชย ท่านให้เอารากพันงูแดง ๔ บาท หัวแห้วหมู ๔ บาท บอรเพ็ด ๔ บาท ไพลแห้ง ๑ บาท ขมิ้นอ้อยแห้ง ๑ บาท รากมะตูม ๑ บาท รากจิงจ้อ ๑ บาท รากบีบ ๑ บาท ผิวมะกรูด ๑ บาท เอื้องเพ็ดม้า ๒ บาท เปลือกกุ่มทั้งสองสิ่งละ ๒ บาท ไฟเดือนห้า ๒ บาท สมุลแว้ง ๒ บาท กรุงเขมา ๒ บาท โกฐทั้ง ๙ สิ่งละ ๑ บาท เทียนทั้ง ๗ สิ่งละบาท ชเอมทั้งสองสิ่งละ ๑ บาท รากทนดี ๑ บาท รากหนาด ๑ บาท พริกหอม ๑ บาท รากพุงดอ ๑ บาท รากช้าพลู ๑ บาท รากส้มกุ้งทั้งสองสิ่งละ ๒ บาท รากเจตภังคี ๑ บาท การะบูร ๕ บาท เมล็ดในกระวาน ๒ บาท ผลเอ็น ๘ บาท รากมะรุม ๓ บาท รากมะแว้งเครือ ๒ บาท รากมะเขือขื่น ๒ บาท ผลจันทน์ ๑ บาท ดอกจันทน์ ๑ บาท กานพลู ๒ บาท รากเจตมูลเพลิง ๕ บาท แก่นแสมทั้งสองสิ่งละ ๑๐ สลึง สค้าน ๒ บาท สนเทศ ๑ บาท หญ้ายองไฟ ๘ บาท สังข์เป่า ๒ บาท สังข์หนาม ๔ บาท ยาทั้งนี้ตำเปนผงละลายน้ำส้มซ่าให้หญิงกิน เปนไข้เพื่อโลหิตทำพิศต่างๆ เพราะต้นโลหิตขัดก็ดี โลหิตออกไม่สดวกก็ดี ริศดวงปากเปื่อยก็ดี ริศดวงแห้งก็ดี กระไษยท้องมารก็ดี ป้าง ม้ามท้องโรก็ดี กินยานี้หาย ถ้าฤดูไม่สดวกให้ละลายน้ำไพลกินออกดีแล

ถ้าเปนลมประจุบัน ละลายน้ำกะเทียมกินหาย ถ้าเปนโลหิตประจุบัน ให้ละลายน้ำไพลกินหาย ถ้าริศดวงงอกทวารทั้ง ๙ ละลายน้ำผึ้งกินหาย ถ้าเปนลมเปลี่ยวดำ ละลายน้ำมะนาว น้ำส้มซ่ากินหายแล ยานี้เปนมหาวิเศษนักยากที่บุคคลจะทำได้ ท่านตีค่าไว้ชั่งทอง แลถ้าผู้ใดพบให้เร่งทำใช้เถิด

สิทธิการิยะ ตำรานี้อยู่ในพระคัมภีร์ชื่อว่ามหาโชตรัต สำหรับจะแก้โลหิตเหน้าร้าย ฤดูขัดแลคลอดบุตร โลหิตตีขึ้นก็ดีแลโลหิตแห้งเข้าเปนก้อนเปนเถาจะกลายเปนฝีในมดลูก จะให้เปนมาร โลหิตมารกระไษยก็ดี แลโลหิตจับหัวใจให้คลั่งเพ้อเปนบ้าก็ดี ลางทีให้จับชักเท้ากำมือกำตาเหลือกแลตาช้อน ให้เปนไปต่างๆดังกล่าวมานี้ ลางทีให้เปนดังไข้จับ ลางทีแล่นเข้าจับเอาหัวใจจับเอาขั้วดีให้คลั่งเพ้อเปนบ้าไป แก้ไม่ฟังใน ๗ วันผู้นั้นตาย ถ้ามิตายจะเปนคนเสียจริตเปนบ้าไปแก้มิฟังเลย ลางทีกลายเปนผีหัวคว่ำเปนมารโลหิต ลางทีกลายเปนผีหัวคว่ำเปนมารโลหิต ลางทีเปนฝีภายในทั้ง ๕ ประการ คือ ฝีมะเร็ง ทรวงกระสุกฝีทลุน เปนต้น ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้โลหิตเหล่านี้ ให้ทำตามตำรานี้เถิด

ถ้าคลอดบุตรได้ ๑, ๒, ๓, วันก็ดี จนถึงเดือน ๑ ก็ดี กำหนดโลหิตร้ายนั้นยังอยู่ ถ้าถึง ๒ เดือนแล้วจึงพ้นกำหนดโลหิตเหน้าร้ายแล

ถ้ากำลังลมกล้านักก็ให้ตีขึ้นไม่เปนสมปดีให้สลบไป ลางทีให้ชักมือแลเท้า อ้าปากมิออก ให้ลิ้นกระด้างคางแขงมักทำให้คนกลัว อันว่ากำลังลมนี้กล้ากว่าโลหิตทั้งหลาย ให้มีโทษต่างๆดังกล่าวมาแล้ว

ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ท่านให้ทำยาขนานนี้ ไพล ๑ เปลือกกุ่มทั้ง ๒ ลำพันแดง ๑ รากละหุ่งแดง ๑ ผลกระวาน ๑ กานพลู ๑ ข่า ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากพันงูแดง ๑ รากอังกาบ ๑ ผลสมอไทย ๑ ผลสมอพิเภก ๑ ผลผักชีทั้ง ๒ หัวตะไคร้หอม ๑ ผลช้าพลู ๑ ขิงแครง ๑ ขิงแห้ง ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ เปลือกราชพฤกษ์ ๑ รากกระพังโหมทั้ง ๒ ดีปลี ๑ สค้าน ๑ เปลือกโลท ๑ ว่านเปราะ ๑ เทียนทั้ง ๕ โกฐหัวบัว ๑ โกฐกระดูก ๑ โกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐพุงปลา ๑ เครื่องสมุนไพรสิ่งละ ๑ บาท เครื่องเทศสิ่งละ ๒ สลึง ทำผงบดเปนแท่งไว้ละลายน้ำเหล้าก็ได้ น้ำขิงก็ได้ น้ำข่าก็ได้ แก้สรรพลมในปัสสาวะนั้นแล

ยาต้มชื่อเบญจขันธ์ (น้อย) แก้โลหิตเหน้าอันกลัดทวาร ท่านให้เอาเปลือกมะยมตัวผู้ ๑ เปลือกมะไฟ ๑ เปลือกสะท้อน ๑ รากตองแตก ๑ ใบสมอทเล ๑ เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ ให้กินแต่พอกำลัง แก้สรรพโลหิตเหน้าหายแล

ยาชื่อเบญจขันธ์ (ใหญ่) แก้โลหิตตกหมกอยู่ เอาหัวหอม ๑ ขิง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ไพล ๑ ใบคนทีสอ ๑ เทียนดำ ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ จอก เอาเหล้าเปนกระสายต้ม ๓ เอา ๑ กินพอกำลังหายแล

ยาแก้โลหิตตีขึ้น เอาลำพัน ๑ กระเทียม ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ตะไคร้หอม ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค บดด้วยน้ำมะนาวให้กินแก้ลิ้นหด แลคางแข็ง แก้โลหิตให้กระจาย ทาคางแข็งให้อ่อนอ้าปากออกได้แล

อนึ่งยาผายโลหิต เอารากขี้กาแดง ๑ ขี้เหล็กทั้งห้า ๑ ใบมะกา ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ หญ้าไซ ๑ ผลคัดเค้า ๑ ต้มให้งวดแล้วกรองเอาน้ำขยำใส่ลงอีก เขี้ยว ให้ข้น ปรุงยาดำสลึงเฟื้อง ดีเกลือ ๑ บาท กินประจุโลหิตร้ายทั้งปวง แก้ไข้สันนิบาท แก้ไข้ฝีดาษแล

ยาผายโลหิตเหน้าทั้งปวง เอาใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ โขลกเอาน้ำสิ่งละทนาน เกลือ ๑ บาทเขี้ยวให้ข้น เมื่อกินเอามะขามเปียกละลายลง จึ่งปรุงยาดำ ๑ สลึง ดีปลี ๑ บาท กินประจุโลหิตเหน้าโลหิตร้าย ตกสิ้นดีนักแล

ยาบำรุงโลหิต เอาแก่นแสมทเล ๑ เปลือกมะทราง ๑ กานพลู ๑ สารส้ม ๑ ดินประสิวขาว ๑ เทียนดำ ๑ เอาเสมอภาคทำผงละลายสุรากิน ได้ทำมามากแล้ว โลหิตตกสิ้นดีนักแล

อนึ่งเอาสหัศคุณเทศ ๑ แก่นแสมทเล ๑ หญ้ายองไฟ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ บดละลายสุรากินให้ขับโลหิตดีนักแล

ยากินแก้อยู่ไฟไม่ได้ เอาสารส้ม ๑ บาท เกลือ ๑ บาท เทียนดำ ๑ บาท ทำผงละลายสุรากินก็ได้ ละลายน้ำร้อนกินก็ได้ ถ้าจะทำเปนก้อนเอามะนาว ๑๐ ผล เอาแต่น้ำใส่กะทะตั้งไฟขึ้นเอายานั้นใส่ลงกวนไปให้เปนลูกกลอน กินแก้อยู่ไฟไม่ได้ดีนักแล

ถ้าโลหิตตกหมกขังอยู่ในท้องน้อยก็ดี ให้เจ็บท้องหนักก็ดี เอาสารส้มบดใส่กระเบื้องสตุแล้ว หนัก ๒ ตำลึง พริกไทยบดแล้ว ๒ ตำลึง แช่สุรากลั่น ๒ ทนาน ผนึกชันฝังเข้าเปลือกไว้ ๗ วัน เมื่อจะฝังนั้นเศกด้วยมนต์นี้ โอมพิษๆ มหาพิศๆ กูจะกอกเด็จก้านพิศนานา โอมตรีภยันตุ ภุญชันตุสวาหะ ๗ หน กินเถิด หายปวดท้องมวนท้องดีนักแล

ยาชื่อสุรามฤตย์ (ใหญ่) เอาน้ำประสานทอง ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ เมล็ดผักชีทั้ง ๒ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ผลจิงจ้อใหญ่ ๑ โกฐสอ ๑ สมอเทศ ๑ ตรีกฏุก ๑ ยานี้เอาเสมอภาค เอาเมล็ดสลอด ๑๒ เม็ดฝังเข้าในผลมะนาวเผาไฟให้ระอุ เอาหนัก ๑ บาท ทำผงไว้ เมื่อจะกินหนัก ๒ ไพ ถ้าธาตุหนักกิน ๑ เฟื้องลงสิ้นเสมหะแลโลหิตร้ายจนสิ้นเชิงแล ถ้าลมจุกเสียดโลหิตตีขึ้นปะอก ตกช้าง, ม้า, ควาย , วัว, ตกต้นไม้ แลคลอดบุตรโลหิตตีขึ้นปะอก รกมิออก ได้กินยานี้โลหิตออกแล สรรพโรคผู้หญิงกินหายสิ้นแล

ถ้าหญิงโลหิตตกทางทวารหนักทวารเบา มิออกสดวกให้เอาขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ผลผักชีล้อม ๑ บดละลายด้วยมูตรโคดำกินหายแล

ยาจำเภาะโลหิตให้สดวก เอารากผักไห่ ๑ รากมูลกาแดง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ผลคัดเค้า ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินให้ผายโลหิตร้ายครอบภายในด้วยดีนักแล

ยาแก้ปิดลูกเมื่อมีครรภ์ เอาดินกิน ๑ เปลือกมะขามป้อม ๑ กะเทียม ๑ น้ำตาลหม้อ ๑ ดีปลี ๑ เอาเท่ากันบดให้เปนลูกกลอน กินแก้บิดดีนักแล

ยาต้มรุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง เอาเปลือกต้นเงาะ ๑ เปลือกต้นมะยมตัวผู้ ๑ เปลือกต้นมะทราง ๑ เปลือกประยงป่า ๑ เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ กินแต่พอกำลังหายจับไข้ต่างๆดีนักแล

ยาชื่ออินทจรสุรามฤตย์ ประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง ท่านให้เอาน้ำประสานทอง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ โกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ ผลผักชีลา ๑ พริกล่อน ๑ ขิงแห้ง ๑ ผลจิงจ้อ ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ ผลสะบ้าเผา ๑ กานพลู ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละสลึง ผลสมอเทศ ๑ บาท เอาสลอดปอกเปลือกเอาไส้ออกเสียแล้ว ใส่ในผลมะพร้าวนาฬิเก อ่อนสุมไฟแกลบไว้ยังรุ่ง เอาออกซับให้หมดน้ำแล้วจึงจึงบดเข้ากันกับยานั้น ทำผงไว้ละลายน้ำผึ้งน้ำร้อนก็ได้ ถ้าธาตุหนักกินแต่เฟื้อง ๑ ลงจนเสมหะ ขับโลหิตร้ายสิ้นเชิงทั้งแก้ลมจุกเสียดก็ดี แก้โลหิตดีขึ้นก็ดี รกมิออกก็ดีอย่าสนเท่ห์เลยดีนัก แก้สรรพโรคแล ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล เอากุ่มน้ำ ๑ กุ่มบก ๑ มะรุม ๑ ทองหลาง ๑ ใบหนาด ๑ ใบคนทีสอ ๑ ผลคัดเค้า ๑ รากฟักเข้า ๑ รากตำลึง ๑ รากมูลกาแดง ๑ รากมูลกาขาว ๑ รากผักไห่ ๑ รากผักเป็ด ๑ รากผักคราด ๑ รากผักเสี้ยนผี ๑ กะเมง ๑ หญ้าไซ ๑ หญ้าปากควาย ๑ ใบมะยมตัวผู้ ๑ ใบรักขาว ๑ ใบเสนียด ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ยาทั้งนี้ตำเอาน้ำสิ่งละทนาน จึงเอาน้ำผึ้งทนาน ๑ ใส่กะทะตั้งไฟเคี่ยวให้เปนยางมะตูมแล้ว จึงปรุงพริกล่อน ๒ บาท ผลสลอด ๒ บาท การะบูร ๑ บาท ใส่ลงกวนให้เปนลูกกลอนกินหนักสลึง ๑ แก้โลหิตร้ายทั้งปวง แก้ปวดมวนแลลมจุกเสียดเปนกล่อนลงฝัก หญิงถึงฤดูไม่สดวกกินยานี้หายแล

ยาแก้หญิงมีฤดูไม่สดวก เอาเบี้ยตัวผู้ ๓ เบี้ย หอยขม ๑ หอย เผาให้โชน เอาสมอร่องแร่ง ๑ เทียนดำ ๑ สารส้ม ๑ รากฟักเข้า ๑ รากอ้อยช้าง ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคทำผงกินหนัก ๑ สลึง ละลายน้ำมะนาวให้กินเดือน ๑ มีฤดูมาแลได้ทำมาแล้วหายดีนักแล

ขนานหนึ่งเอาสมอร่องแร่ง ๑ หญ้าไซ ๑ ตรีกฏุก ๑ กะเทียม ๑ ผิวมะกรูด ๑ เทียนดำ ๑ การะบูร ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค บดละลายเหล้ากินจำเภาะประจุโลหิตเหน้าแลโลหิตร้ายโลหิตขัดนั้นออกได้ดังใจแล
อนึ่งเอาใบสบ้ากำมือ ๑ พริกไทย ๗ ขิง ๗ เกลือ ๗ ละลายเหล้ากิน ๓ วันๆละ ๓ เวลา โลหิตออกแล ได้ทำมาแล้วนักแล

ยาต้ม เอาเปล้าทั้ง ๒ สหัสคุณเทศ ๑ สหัศคุณไทย ๑ โกฐพุงปลา ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากผักกะชับ ๑ ยาทั้ง ๒ สิ่งนี้ให้พลีเอาแต่ที่ต้นโทน ต้มด้วยสุรากลั่น เงินผูกคอหม้อ ๑ บาท กินแต่ทีละช้อนหอย ๑ แก้โลหิตอันคลั่งมีพิศม์ก็ดี โลหิตกรังฤดูขัดเปนริศดวงก็ดี ผอมเหลืองก็ดี เปนมุตรกฤษก็ดี ได้กินยานี้หายแล
ถ้าหญิงถึงฤดูมิสดวก โลหิตเหน้าร้ายคั่งอยู่ ท่านให้เอารากละหุ่งแดง ๑ เมล็ดฝ้ายหีบแล้ว ๑ เทียนดำ ๑ ขิง ๑ ดินประสิวขาว ๑ เอาเสมอภาคต้มกินแก้ช่ำรั่ว แก้โลหิตด้วยแล

ถ้าหญิงคลอดบุตร แลโลหิตร้ายมิสิ้น จะกลายเปนผีในมดลูกก็ดี ท่านให้เอาน้ำมันนี้ให้กิน เอาขิงสด ๕ ตำลึง บอระเพ็ด ๕ ตำลึง น้ำมันงาทนาน ๑ น้ำมันมะพร้าวไฟทนาน ๑ หุงให้คงแต่น้ำมันแล้วจึงปรุงผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ผลเบญจกานี ๑ เนระภูษีทั้ง ๒ ดีปลี ๑ เทียนสัตบุศย์ ๑ เทียนทั้ง ๕ สมุลแว้ง ๑ เอาเสมอภาคทำผงระแนงให้เลอียดปรุงให้กินแต่พอกำลัง น้ำมันนี้วิเศษแล
ถ้ามิฟังให้หุงน้ำมันนี้อีกเล่า เอาน้ำมะนาว ๒ ทนาน ขิงสด ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ข่า ๑ กะชาย ๑ หอม ๑ กะเทียม ๑ พริก ๑ ขิง ๑ เปลือกกุ่มทั้ง ๒ เปลือกทองหลางใบมน ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ เปลือกมะรุม ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละทนาน เอาน้ำผักเสี้ยนผี ๕ ทนาน เกลือรำหัดหุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วจึ่งปรุงดีงูเหลือม ๒ สลึง ผลจันทน์ ๑ สลึง ดอกจันทน์ ๑ สลึง กระวาน ๒ สลึง กานพลู ๑ บาท ตำระแนงปรุงลงแล้ว จึงกินจำเภาะถ่ายโลหิตเหน้าร้าย ครอบฝีในมดลูก แลฝีหัวคว่ำดีนักแล

ถ้าหญิงอยู่ไฟไม่ได้ เลือดเหน้าตกหมกอยู่ มักจะเปนต่างๆ ถ้าจะแก้ท่านให้เอาเทียนทั้ง ๕ สิ่งละ ๑ บาท พริกล่อน ๓ บาท เอาแก่นแสมทเลเท่ายาทั้งหลายทำผง เมื่อจะกินชั่งเอาหนักสลึงเฟื้อง บดละลายเหล้ากินขับโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวงตกสิ้นแล

ยาชื่อไฟประลัยกัล์ป ขับโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง เอาขิงแห้ง ๑ บาท พริกเทส ๑ บาท พริกไทย ๑ บาท ผลจันทน์ ๒ สลึง การะบูร ๒ สลึง เอาแก่นแสมทเลเท่ายาทั้งหลาย ทำผงละลายน้ำผึ้งกินเปนยาร้อนดีนักแล

ยาชื่ออินทรชวร จำเภาะประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้ริศดวงมงคร่อ ท่านให้เอาผลสลอดประสะแล้วหนัก ๑ บาท ผลสมอเทศ ๑ บาท ผลผักชีล้อม ๑ บาท เกลือสินเธาว์ ๑ สลึง โกฐสอ ๑ สลึง พริก ๑ สลึง ขิง ๑ สลึง ดีปลี ๑ สลึง น้ำประสานทอง ๑ สลึง บดทำแท่งไว้ ถ้าธาตุหนักกิน ๑ เฟื้อง ถ้าธาตุเบากิน ๒ ไพ ลงถึงเสมหะ ละลายน้ำผึ้งก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ดีนักแล

ยาชื่อตรีภักตร์ จำเภาะประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้โรคสรรพทุกประการ ท่านให้เอาผลสลอดประสะแล้วหนัก ๑ บาท เกลือสินเธาว์ ๑ บาท งาเมล็ด ๑ บาท ยาทั้งนี้ให้ขั้วด้วยน้ำมันงาแต่ละสิ่งๆ แล้วจึงประสมกันเข้าบดให้เลอียดปั้นก้อน กินเท่าผลพุดทรา ยานี้หนักกว่าทุกขนานแล

ยาประจุโลหิต เมื่อคลอดบุตร ท่านให้เอาสค้าน ๑ ดีปลี ๑ ยารากขาว ๑ กะเทียม ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ เอาเสมอภาคทำผงละลายสุรากิน เมื่อจะกินเอาสานส้มปรุงลงหน่อย ๑ ชูโลหิตหญิงไม่ถึงฤดู ขัดฤดูผอมเหลืองให้ลงท้อง กลายเปนริศดวงพลวก ให้กินยานี้หายแล

อนึ่งเอาเปลือกมะเฟือง ๑ บาท เปลือกโลท ๑ บาท หญ้าแพรก ๑ บาท พริกไทย ๑ บาท ขิงแห้ง ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท กะทือ ๑ บาท ไพล ๑ บาท กระชาย ๑ บาท หอม ๑ บาท กะเทียม ๑ บาท ผิวมะกรูด ๑ บาท เอาฝักส้มป่อยต้มให้ข้น เอาน้ำเปนกระสาย บดแซกข่าแก่ ๒ สลึง บดปั้นเท่าเม็ดพริกไทยกิน ๑๑ เม็ด รุโลหิต ขับโลหิต แก้ฤดูขัดนั้นออกสดวกดีนักอย่าสนเท่ห์เลย

ยาชื่อมหาชุมนุมธาตุ ให้รู้ว่าธาตุผู้นั้นอ่อนหรือหนัก แลจะเผาอาหารมิแหลก เพราะว่าไฟธาตุนั้นดับไป ท่านจึงให้แต่งยาขนานนี้ปลูกไฟธาตุ ให้บริบูรณ์ มิให้หย่อนมิให้หนัก แต่พอบริบูรณ์ไว้นั้น ท่านให้เอาหัวดองดึง ๒ บาท ผักแพวแดง ๒ บาท ขิงแห้ง ๒ บาท พริกไทย ๕ บาท ยาทั้งนี้ทำผงแล้วเอาน้ำใบคนทิสอเปน กระสาย บดเปนแท่งไว้เท่าเม็ดพริกไทยกิน ๙, ๑๐, ๑๓, เม็ด ให้ปลูกไฟธาตุ ถ้าจะให้ผายเอารากตองแตก ๒ บาท ใบสลอด ๒ บาท พริกไทย ๒ บาท บดเข้าด้วยกันกินเจริญอาหาร แก้ไอแก้ท้องขึ้นก็ได้ ยานี้วิเศษนักถ้าผู้ใดพบอุส่าห์ทำกินเถิด

ยาปลูกไฟธาตุ เปนอายุวัฑฒนะด้วย ท่านให้เอาดีปลี ๑ รากช้าพลู ๑ ผักแพวแดง ๑ สค้าน ๑ ขิงแห้ง ๑ ผลผักชีล้อม ๑ ว่านน้ำ ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ ผิวมะกรูด ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค พริกล่อนเท่ายาทั้งหลาย ทำผงละลายน้ำผึ้งก็ได้ น้ำส้มซ่าก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ สุราก็ได้ ปลูกไฟธาตุให้โลหิตงาม ถ้าไม่มีฤดูให้ฤดูมีมา ถ้าแม่ลูกอ่อนกินมีน้ำนมมาก ทั้งหมดโทษมิได้เลยดีนักแล

ขนานนี้เอารากช้าพลู ๑ บาท ผลช้าพลู ๑ บาท เทียนดำ ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง ๑ บาท ขิงแห้ง ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท สค้าน ๑ บาท หัวแห้วหมู ๑ บาท ว่านน้ำ ๑ บาท ฝักส้มป่อย ๑ บาท ผลสลอด ๑ บาท สหัศคุณเทส ๑ ตำลึง เปล้าน้อย ๑ บาท พริกล่อน ๑ ตำลึง กะเทียม ๓ ตำลึง หัวดองดึง ๑ บาท ทำผงละลายน้ำผึ้งก็ได้ น้ำส้มซ่าก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ น้ำขิงก็ได้ สุราก็ได้ ถ้าจะแช่สุราฝังเข้าเปลือกไว้ก็ได้ แก้สรรพโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง แก้ลมแก้เสมหะแก้ริศดวงผอมเหลือง แก้ไอแลท้องแลขัดโลหิตกินยานี้ออกดีนักแล
ถ้าขัดฤดูไปปีหนึ่งสองปีก็ดี แลโลหิตรั้งอยุ่นั้นมันจะกลายเปนมารโลหิต มารหิน มารน้ำ เปนริศดวงก็ดี ถ้าจะแก้ท่านให้เอาหัวดองดึง ๘ บาท รากเจตมูลเพลิง ๒ บาท ดีปลี ๑ บาท เทียนขาว ๑ บาท ทำผงละลายสุรากินหายแล

ถ้าโลหิตข้นเปนไต อยู่ในท้องก็ดี ท่านให้เอาผักเสี้ยนผีตำกรองเอาน้ำให้ข้น ปรุงพริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ กะเทียม ๑ ให้กินแก้โลหิตร้ายตกสิ้นแล

ยาชื่อฤทธาจร เอามหาหิงคุ์ ๑ ขิงแห้ง ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ สค้าน ดอกช้าพลู ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เกลือเทศ ๑ เอาเสมอภาคทำผงละลายน้ำผึ้งก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ แก้ลมขึ้นทั้งตัว ลมเปนก้อนแลโลหิตเปนก้อนในท้อง ให้ปวดขัดเจ็บไปทุกเมื่อก็ดี ให้กินยานี้หายแล
ยาดองขับโลหิต ให้เอาโลทนง ๑ ไฟเดือนห้า ๑ เอื้องเพ็ดม้า ๑ หางไหลแดง ๑ เปลือกตาเสือ ๑ เปลือกมะม่วงพรวน ๑ เปลือกกะทุ่มมูลหมุ ๑ ยาเข้าเย็น ๑ แก่นสน ๑ สารส้ม ๑ ดีปลี ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท เทียนทั้ง ๕ สิ่งละ ๑ สลึง ผลจันทน์ ๓ ผล ดองด้วยสุรา ๓ ทนาน ให้พลีจงดี กินทีละช้อนหอยหนึ่งก่อน ถ้าโลหิตมิตกให้ใส่หางไหล อีก ๒ สลึง กินโลหิตเปนก้อนเปนลิ่มอยู่นั้นออกมาสิ้น ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล

ยาขับโลหิต เอาตรีกฏุก ๑ แก่นแสมทเล ๑ ไฟเดือนห้า ๑ เปล้าทั้ง ๒ กะเทียม ๑ หญ้ายองไฟ ๑ โลทนง ๑ เทียนดำ ๑ เอาเสมอภาคทำผงละลายสุรา ให้กินตามกำลังเถิดมีฤดูมาแล

ถ้าหญิงคลอดบุตรโลหิตนั้นกลับแห้งไป ท่านให้แต่งยานี้ให้เอาแก่นแสมทั้ง ๒ หญ้าพันงูแดง ๑ หญ้าพันงูขาว ๑ รากผักโหมหิน ๑ รากสแก ๑ หัวบุก ๑ เบี้ยผู้เผา ๑๒ เบี้ย แช่สุรากินให้มดลูกแห้งแล

ยาขับโลหิตเอาเปลือกจำปา ๑ ใบคนทิสอ ๑ หญ้าปากควาย ๑ ใบถั่วแระ ๑ ยา ๔ สิ่งนี้เอาสิ่งละกำมือ
ยาเข้าเย็น ๕ ตำลึง ต้มด้วยสุรากินหาย

ขนานหนึ่งเอาสหัศคุณเทศ ๑ บาท เปล้าน้อย ๑ บาท แก่นสน ๑ หัวแห้วหมู ๑ พริกล่อน ๑ บาท ดีปลี ๑ บาท ขิงแห้ง ๑ บาท ผลจันทน์ ๑ บาท เทียนหลอด ๑ สลึง เทียนขาว ๑ สลึง เทียนสัตบุศย์ ๑ สลึง เทียนดำ ๑ สลึง เทียนเข้าเปลือก ๑ สลึง ทำผงละลายน้ำผึ้งรวงกินหนัก ๑ สลึง แก้สรรพเลือดอันพิการต่างๆ ถ้าผู้หญิงโลหิตจับหัวใจ เปนพิกลจริตต่างๆ ก็เปนเพราะโทษโลหิตนั้นถ่ายเดียว ให้กินยานี้ไปโลหิตนั้นก็จะมีมาตามฤดูแล

ยาขับโลหิต เอาการะบูรฝังเข้าในหัวขมิ้นอ้อย สุมไฟแกลบ ให้สุกแล้วฝานหน้าแว่น ผึ่งแดดให้แห้งแช่สุรากินโลหิตออกดีนักแล

ยาแก้โลหิตร้ายทั้งปวงต่างๆ ท่านให้เอาเทียนดำ ๑ โกฐหัวบัว ๑ สมอไทย ๑ การะบูร ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กะเทียม ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท บดละลายสุรากินให้โลหิตนั้นชุ่มออกหายเจ็บปวดทั้งปวงแล

ยาชื่อมาศคุณ ให้โลหิตออกดีนัก ท่านให้เอาเปลือกกุ่มทั้ง ๒ เปลือกมะรุม ๑ เปลือกทองหลางใบมน ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ข่า ๑ กะชาย ๑ ดีปลี ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ หอม ๑ กะเทียม ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคบดละลายเหล้ากินโลหิตออกสดวกดีนัก ได้ทำแล้ว

ยาผายโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง หญิงถึงฤดูไม่สดวก โลหิตเปนก้อนขึ้นจุกอยู่ในท้องก็ดี ลงไปจุกที่ทวารเบาก็ดี โลหิตไม่สดวกตามประเวณีจึงให้เปนพิกลต่างๆ ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้ท่านให้เอาใบมะขาม ๑๐ ตำลึง ใบส้มป่อย ๑๐ ตำลึง ผลคัดเค้า ๒ ตำลึง ฝักราชพฤกษ์ ๑ ตำลึง ผลมูลกาแดง ๑ บาท ผลมูลกาขาว ๑ บาท ใส่หม้อเคี่ยวให้ข้นแต่พอดี ปรุงยาดำ ๑ บาท เกลือสินเธาว์ ๒ บาท เคี่ยวให้แต่พอกินได้แซกส้มมะขามเปียก กินเปนยาประจุโลหิต เหน้าร้ายตกหมกอยู่นั้นละลายออกสิ้น ยานี้วิเศษนักแล

ถ้าถึงฤดูแล้วโลหิตตกมากเหลือกำหนด เอาพริกไทย ๑ บาท หัวหอม ๑ บาท เทียนดำ ๑ บาท กะเทียมแห้ง ๑ บาท บดด้วยน้ำมะนาวปั้นแท่งไว้ กินแก้โลหิตอันตกมากเหลือกำหนดหายแล

ยาประจุโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวง ถ้าฤดูมีสดวกออกไม่งามก็ดี เขาทุบถองตีโบยตกต้นไม้ก็ดี แลโลหิตห่อเข้าอยู่ในอกก็ดี ถ้าจะแก้ให้เอาเทียนดำ ๑ บาท กะเทียมสุก ๑ บาท ดีเกลือ ๑ บาท บดเปนแท่งไว้ให้กิน

ยาฝีริศดวง ชื่อริศดวงมหากาฬ ขึ้นในลำคอเปื่อยก็ดี เปนยอดขึ้นในคอก็ดี ให้แสบร้อนกินอาหารมิได้ เอาใบผักหนอก ๑ รากหญ้าคา ๑ ใบมหากาฬ ๑ ใบแพงพวยเทศ ๑ เกลือ ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค ตำให้แหลกห่อผ้าแพรอมหายมามากแล้ว ตำรานี้ของพระอุดมญาณ

อนึ่งเอาผลมะกรูด ๓ ผล ไพล ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ โกบกักกรา ๑ เอาเสมอภาค บดเปนลูกกลอน กิน ๓ วัน แล้วจึงกินยาดองนั้นไปเถิดเปนยาคู่กันแล

ยาแก้โลหิตร้ายอันจะกลายเปนริศดวง ท่านให้เอารากส้มกุ้ง ๘ บาท ผักแพวแดง ๒ บาท แก่นแสมทั้ง ๒ ตรีกฏุก ๑ สะค้าน ๑ มดยอบ ๑ สารส้ม ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท สำหรับอยู่ไฟไม่ได้ไปขัดฤดูวิเศษนักแล
ยาแก้บ้าดีเดือด บ้าเพื่อโลหิตเพื่อลม บ้าเงื่องบ้าเหงา บ้าเขลาเปนทุกข์ บ้าขุกรำพึง บ้าพิกลจริตต่างๆ บางจำพวกก็ให้คนกลัว บางทีก็ร้องให้ บางทีก็หัวเราะ ลางทีให้คลั่งไคล้ดังพรายเข้าอยู่ เพราะโลหิตนั้นเข้าจับหัวใจ จึ่งให้เปนบ้าต่างๆ ท่านให้ทำยานี้กิน เอาพริกล่อน ๔ บาท ขิงแห้ง ๑ ชั่ง กะเทียมดิบ ๑ ชั่ง ผลมะกรูด ๑๕ ผล ยานี้ให้ต้มด้วยน้ำมะพร้าว นาฬิเก ๑ ผล ต้มให้งวดกรองเอาแต่น้ำให้ได้แต่ ๒ ทนานด้วย ทนาน ๑๐๘ ใส่น้ำผึ้งทนาน ๑ ตั้งไฟกวนแต่พอสบกัน เศกด้วยพระอิติปิโสให้ได้ ๑๐๘ จบ แล้วเอาพิมเสนปรุงลงแต่พอสมควร ถ้าคนบ้าไม่กิน ก็ให้เอาใส่ลงในเข้าปลาอาหารทั้งปวง ให้กินให้ได้ ๓ มื้อ หายแล

ขนานหนึ่งเอาสังข์เผา ๑ สลึง แก่นแสมทเล ๒ สลึง เทียนดำ ๑ บาท ว่านน้ำ ๑ สลึง ผลสมอไทย ๑ บาท พริกไทย ๒ สลึง ขิงแห้ง ๒ สลึง ดีปลี ๒ สลึง เปลือกตาเสือ ๒ สลึง เปลือกสะท้อน ๒ สลึง รากทนดี ๑ บาท ทำผงละลายสุรากิน ขับโลหิตอันพิกลนั้นให้ออกสดวกดี ยานี้ชื่อสังขไชย

อนึ่งเอามหาหิงคุ์ ๙ สลึง เทียน ๓ สลึง รากเจตมูลเพลิง ๕ สลึง เปล้าน้อย ๕ สลึง เปล้าใหญ่ ๕ สลึง สหัสคุณเทศ ๕ สลึง ผลผักกาด ๕ สลึง ใบกระวาน ๗ สลึง กานพลูบาทเฟื้อง สค้านบาทเฟื้อง ช้าพลูบาทเฟื้อง ขิงแห้งบาทเฟื้อง รากจิงจ้อใหญ่บาทเฟื้อง ว่านน้ำบาทเฟื้อง ว่านหางช้างบาทเฟื้อง พริกล่อนเท่ายาทั้งหลาย ทำผงเอาน้ำใบกะเมงเปนกระสาย ละลายน้ำผึ้งรวงกิน ถ้าจะแก้ลมละลายน้ำส้มซ่ากิน แก้ลมจับหัวใจให้มืดมัวฟุ้งซ่าน ละลายด้วยน้ำดอกไม้ปรุงพิมเสน ถ้าหาแรงมิได้ให้กระวนกระวายผอมแห้งไปละลายน้ำมะงั่ว ถ้าเมื่อยในกระดูกละลายน้ำใบกะเมงปรุงการะบูร ถ้าตัวร้อนละลายน้ำซาวเข้ากิน ถ้าหนาวละลายน้ำขิงน้ำข่าเอาดีงูแซกกินหาย ถ้าปวดศีศะละลายน้ำขิงแซกแมงมุมตายซาก ๓ ตัว ทาหน้าผากกระหม่อม ถ้าจะรุโลหิตละลายน้ำใบว่านหางช้าง แซกมูลหนูพุกสลึงหนึ่งอุ่นไฟ ให้ร้อนทาหน้าผากหาย ถ้าเปนป่วงเอาหูกะแชงต้มละลายยานี้กินหาย ถ้าลงท้องละลายสุรากินหาย ถ้าท้องผูกพรรดึก ละลายน้ำมะขามเปียก ถ้ากินเข้ามิได้ ละลายน้ำบอรเพ็ด ถ้าเจ็บหลังเจ็บบั้นเอว เอาไผ่สีสุกต้มด้วยน้ำท่า เคี่ยวให้งวดละลายยานี้กินหาย ถ้าจะกินไปทุกวันให้ละลายน้ำผึ้งเปนลูกกลอนกินหนักสลึงหนึ่ง จะให้เจริญธาตุทั้ง ๔ ให้บริบูรณ์ ยานี้เปนมหาวิเศษนัก ถ้าผู้ใดพบให้เร่งทำกินให้จงได้เถิด ได้ทำมามากแล้ว

*****************************

พระคัมภีร์มหาโชตรัต เล่ม ๒ โดยสังเขป

ขนานหนึ่งท่านให้เอารากสลอดกินลง ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง ๒ สลึง สหัศคุณเทศ ๑ บาท หญ้าพันงูแดง ๑ บาท เทียนดำ ๑ บาท เปล้าทั้ง ๒ สิ่งละ ๕ สลึง ดองดึง ๒ สลึง ดีปลี ๖ สลึง เบี้ยผู้เผา ๒ สลึง ผลจันทน์ ๒ สลึง ดอกจันทน์ ๒ สลึง กานพลู ๑ สลึง ขมิ้นเครือ ๒ สลึง ขิงแห้ง ๒ สลึง พริกไทย ๒ สลึง ตำเปนผงไว้รุโลหิตร้างขัดให้เจ็บปวดต่างๆ แลคลอดบุตรโลหิตมิตก เอาสมอร่องแร่ง ใบตองแตก ๗ ใบ ตำละลายสุราเปนกระสายยานี้กิน ถ้าธาตุหนักกิน ๒ สลึง ธาตุเบากินสลึงเฟื้อง ละลายน้ำผึ้งก็ได้โลหิตออกแล ยานี้วิเศษนักได้ทำแล้ว

ยาเจือโลหิตเมื่อโลหิตตก เอาน้ำกะทือ ๑ น้ำไพล ๑ น้ำกะชาย ๑ น้ำมะนาว ๑ เอาสิ่งละจอก ปรุงพริก ๑ ขิง ๑ หัวหอม ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ อุ่นไฟให้ร้อนกินแก้โลหิตหมกแห่งหญิง ให้จุกเสียดแทงก็ดีกินยานี้หาย ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล

ถ้าหญิงคลอดบุตรก็ดี แท้งบุตรก็ดี ถึงฤดูไม่สดวกก็ดี ท่านให้เอาผิวมะกรูด ๖ บาท หญ้าไซ ๕ บาท ไพล ๘ บาท เทียนดำ ๘ บาท สมอไทย ๑ บาท สมอเทศ ๑ บาท เทียนขาว ๒ สลึง เทียนเยาวภานี ๒ สลึง ทำเปนผงละลายสุราก็ได้ น้ำส้มซ่าก็ได้ ให้กินตามกำลัง ถ้าจะใคร่รู้ว่าโลหิตร้ายนั้นจะสิ้นแล้วหรือยังเอาเทียนดำ ๑ บาท กะเทียม ๒ สลึง บดให้เลอียดละลายสุรากินแก้พิษโลหิตขับให้ออกเสียสิ้นแล
เอาใบมะกา ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๑ ใบตองแตก ๑ ผลคัดเค้า ๑ เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ แล้วปรุงรง ๑ สลึง ยาดำ ๑ สลึง กินแต่พอกำลังผาย แก้โลหิตพิษฝีในท้อง ฝีในมดลูกอันเจ็บนั้นหายแล

อนึ่งเอาผลขี้กาแดงผล ๑ ผ่า ๔ ซีกทิ้งเสียซีก ๑ ขมิ้นอ้อย ๓ ท่อน บอรเพ็ด ๓ ท่อน ต้มด้วยสุรากินแก้โลหิตอันชัด แลฝีในมดลูกหายแล

อนึ่งเอาดีปลี ๑ รากช้าพลู ๑ รากเจตมูลแดง ๑ สะค้าน ๑ พริกไทย ๑ ไพล ๑ ผิวมะกรูด ๑ ใบคนทิสอ ๑ เอาเสมอภาคทำผงละลายสุรากินแก้พิษโลหิตคับคั่งดีนัก มิให้กลายเปนมารโลหิตแลฝีได้เลย

อนึ่งยาดองสำหรับโลหิตเหน้าแลร้าย อันขัดฤดูนั้นท่านให้เอาประดู่ส้ม ๔ บาท เทพธาโร ๒ บาท จันทน์หอม ๑ บาท สนเทศ ๔ บาท เปลือกอบเชย ๒ บาท ผลจันทน์ ๑ บาท ใบกระวาน ๑ บาท กานพลู ๑ บาท การะบูร ๑ บาท รากมะขาม ๑ บาท เปลือกตาเสือ ๑ บาท เปลือกสะท้อน ๑ บาท โลทนง ๑ บาท เปลือกมะยมตัวผู้ ๒ สลึง มะไฟเดือนห้า ๑ บาท เอื้องเพ็ดม้า ๑ บาท สมอร่องแร่ง ๑ บาท แก่นแสมสาร ๑ บาท แก่นแสมทเล ๑ บาท ให้แช่ด้วยสุรา ๕ ทนาน ฝังเข้าเปลือกไว้ ๓ วัน พลี จงดีกินแต่พอกำลัง ขับโลหิตเหน้าดังน้ำคาวปลาดังน้ำล้างเนื้อหายสิ้นแล

สิทธิการิยะ หญิงใดมีฤดูมาแล้วโลหิตนั้นกลับหายแห้งไม่มีมาตามประเวณีหญิงนั้นไปทุกข์สัตว์ เบาให้ขัดที่หัวเหน่า หาแรงมิได้ให้เสียดสีข้าง ลางทีให้จุกอกขึ้นมา ครั้นสวดก็ค่อยสบายแล้วกลับเปนมาเล่า หลายครั้งหลายที จึงให้กลายเปนฝีในมดมูกลางทีก็กลายเปนลมก้อนลมเถา โรคนั้นชื่อว่ากระไษยดานเถา ท่านแต่งยานี้ไว้สำหรับผู้หญิง ด้วยว่าจะถึงซึ่งความตายเพราะโลหิตนั้น ท่านให้เอาน้ำข่าจอก ๑ น้ำขิงจอก ๑ น้ำไพลจอก ๑ น้ำผักเสี้ยนผีจอก ๑ น้ำมะนาวจอก ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ บดปรุงลงใส่ถ้วยตั้งในปากหม้อเข้าให้ร้อน แล้วเอาเหล็กสรรพคุณ เผาไฟให้แดง แล้วใส่ลงในน้ำยานั้นให้ได้ ๓ หน เศกด้วยสักกัตวา ๓ จบ แล้วจึงเศกด้วย ปุป์ผํสาอุป์ปัช์ชติ ตามกำลังวัน แล้วจึงกินเถิดดีนักแล

ขนานหนึ่งเอาขิง ๑ ดีปลี ๑ กานพลู ๑ สมอเทศ ๑ สมอพิเภก ๑ เปล้าทั้ง ๒ โกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ผลกระวาน ๑ หัวแห้วหมู ๑ ว่านน้ำ ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๑ บอรเพ็ด ๑ ยาดำ ๑ โกฐจุลาลำภา ๑ ต้ม ๓ เอา ๑ กินขับโลหิตออกดีแล

ยาขับโลหิต เอาผลกระวาน ๑ หัวแห้วหมู ๑ เทพธาโร ๑ ขิงแครง ๑ หัวอุตพิด ๑ ขิง ๑ กะเทียม ๑ ข่า ๑ รากสะแก ๑ ขมิ้นชัน ๓ หัว รากหนามแดง ๑ รากกรด ๑ รากพุดนา ๑ ทำเปนผงละลายน้ำผึ้งกินขับโลหิตมากดีนักแล

ยาดองสำหรับอยู่ไฟไม่ได้ ย่อมให้อาเจียรกินเผ็ดกินร้อน ไม่ได้แก้ไปถึงมุตรกฤจฉ์มุตรฆาฏด้วย เอารากส้มกุ้ง ๑ สลึง ยาเข้าเย็น ๑ สลึง เจตมูลเพลิง ๒ สลึง มะแว้งทั้งสองสิ่งละ ๑ สลึง ตรีผลา ๑ ตรีกฏุก ๑ สิ่งละ ๒ สลึง รากช้าพลู ๑ สลึง รากเสนียด ๓ สลึง สมุลแว้ง ๑ สลึง ขมิ้นเครือ ๑ สลึง เทียนดำ ๒ สลึง เทียนขาว ๒ สลึง ผลจันทน์ ๑ สลึง ผลเอน ๑ สลึง จันทน์ทั้งสอง สิ่งละ ๑ สลึง แช่สุราฝังเข้าเปลือกไว้ ๓ วันกินหายแล

อนึ่งเอาแก่นขี้เหล็ก ๑ เปลือกทองหลางใบมน ๑ รากฝ้ายเทศ ๑ ต้มกินวิเศษนักแล ได้เชื่อมาแล้วอย่าสนเท่ห์เลย

ยาแก้ขัดฤดูอยู่ไฟไม่ได้ เอาสน ๑ แก่นแสมสาร ๑ พริกไทย ๑ รากเจตมูล ๑ เทียนดำ ๑ สานส้ม ๑ เอาเสมอภาคแช่สุรากินดีนักแล

ยาแก้ฤดูไม่สดวก เอาหญ้าไซกำมือ ๑ พริก ๓๓ เม็ด กระเทียม ๓ หัว ขิง ๑ ดีปลี ๑ บดละลายสุรากินดีนัก แก้โลหิตแก้ริศดวงหายแล

อนึ่งเอาพริกไทย ๑ เฟื้อง ไพล ๑ สลึง แก่นแสมทเล ๑ เฟื้อง สมอร่องแร่ง ๑ เฟื้อง บดละลายสุรากินแก้โลหิตขัด ๔ เดือน ๕ เดือนก็ออกแล

ขนานหนึ่งเอาข่า ๑ ไพล ๑ ผิวมะกรูด ๑ การะบูร ๒ สลึง กะเทียม ๕ สลึง พริก ๑ ขิงสด ๑ ดองดึง ๑ ดีปลี ๑ ใบสันพร้ามอน ๑ สมอร่องแร่ง ๑ ดินประสิวขาว ๑ สารส้ม ๑ เอาน้ำผักเปดแดงเปนกระสาย บดปั้นแท่งไว้ละลายน้ำผักเปด เอาเหล็กสรรพคุณเผาไฟชุบ ๓ ครั้งให้ยานั้นร้อน กินแก้ฤดูอันขัดออกสดวกดีแล

ยาแก้โลหิตจับหัวใจให้คลั่ง ถ้าจะแก้เอาแก่นแสมทเล ๑ แก่นปรู ๑ แก่นมะขาม ๑ ฝักส้มป่อย ๑ มูลโคข้างพ้อม ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท ดองสุราไว้ ๓ คืน กินแก้โลหิตอันแห้งกรังอยู่ ๓ ปี ออกมาแล
เอาหัวดองดึงสด ๑ มูลโคสด ๑ บดเข้าด้วยกันแล้วเศกด้วยมนต์นี้ ปุพพะมะโธฏตะมะสะรํสะเรนะวิโยชะเย บำหราบพยัญชนะตัวต้นออกมาเบื้องต่ำ นะเยปะรํยุต์เต นำพยัญชนะอันหาสระบมิได้ ไปสู้ทวาระเบื้องต่ำ ปุปผํสาอุปปัชชะติ แล้วเอายาปิดลงที่สดือ ถ้าบุตรตายอยู่ในท้องก็ดีรกมิออกก็ดี โลหิตกรังฤดูขัดก็ดีออกได้ ถ้าไข้ให้กลัดมูตรคูธก็ออกแล

ยาสัตรีไม่มีฤดูไม่สดวกไม่ปรกติ โลหิตนั้นมีกลิ่นเหม็นเหน้า ลางทีเปนน้ำคาวปลาแลน้ำซาวเข้า แลย่อมให้จุกเสียด ลางทีให้สบัดร้อนสบัดหนาวให้เมื่อยขบไปทั่วสารพางค์กาย ลางทีให้บวมหน้าบวมเท้าบวมมือทั้งสอง บวมท้องแลเจ็บขบหัวเหน่าแลบั้นเอว แลตะโพก แลให้หน้านั้นเขียวคล้ำดำหมองศรี ให้ศีศะนมนั้นดำดุจมีครรภ์ก็ดี แล้วให้คลั่งเพ้อเปนบ้าแลให้ปวดศีศะหนักก็ดี ลางคนให้ตาเหลือง ลางคนให้ตาขาวลางทีให้ตาแดงเปนต้อ โทษดังนี้เหตุว่าฤดูนั้นไม่ปรกติจึงให้โทษ ถ้าแลแพทย์จะพยาบาลไซ้ ก็พึงให้กินยาประจุโลหิตเสียก่อน แล้วจึงให้ชำระมนทินแลธาตุในกายนั้นให้สิ้นเชิงเสียก่อน จึงให้กินยาปลูกโลหิต แล้วจึงให้กินยาชำระโลหิตอันพิการนั้นต่อเมื่อภายหลังโทษโลหิตนั้นจึงคลายแล

ยาชำระโลหิตนั้นท่านให้เอา ตาอ้อยแดง ๑๒ บาท ใบมะนาว ๘ บาท ดีปลี ๔ บาท น้ำส้มสาชู ๔ จอก น้ำใบมะขามเขี้ยว ๔ จอก ผ้าตรองจงหมดเอาส่วน ๑ น้ำท่า ๓ ส่วน ต้ม ๔ เอา ๑ ใส่เกลือแต่พอสมควร กินเช้าเย็น เปนอัตรากินไปถึง ๓ หม้อ ๔ หม้อ ถ้าเติมทีหนึ่งอย่ากินเลย ให้ต้มเอาใหม่กินไปถึงวันหนึ่ง แล้วจึงให้ชำระด้วยยาประจุโลหิตอิกเล่า จงให้กินยาขับโลหิตเหน้าร้าย ให้ออกจงสิ้นเชิงแล้ว ให้นัดถุ์ยาแก้โลหิตนั้นต่อไป แล้วจึงแก้ดีแก้ลมตามอันดับกันเถิด

ถ้าจะทำยาสำหรับปลูกโลหิต เอาตาอ้อยแดง ๑ ใบ มะนาว ๑ น้ำส้มสาชู ๓ ส่วนเอาน้ำท่าส่วน ๑ ต้มให้งวดกินเช้าค่ำถึง ๔ หม้อแล้วจึงชำระอิกเล่า จึงให้กินยาขับโลหิตร้ายเสียจึงคลาย ถ้าแลกินยาขับโลหิตเข้าไปแล้วไซ้ โลหิตแห้งไปขับไม่ออกเลย ถ้าแพทย์ผู้ใดจะวางยาชำระล้างท้องเสียก่อน แล้วจึงให้แต่งยาปลูกไฟธาตุขึ้นให้ปรกติแล้ว จึงบำรุงโลหิตขึ้นเถิด

ยาขับโลหิต เอาแก่นมะทราง ๑ แก่นมะหาด ๑ ฝักส้มป่อย ๑ ทองเครือ ๑ หัวมหากาฬ ๑ จันทน์แดง ๑ เอาเสมอภาคแช่สุราฝังเข้าเปลือกไว้ ๓ วัน เอาทองผูกคอหม้อไว้ หนัก ๑ บาท จึงกินยานี้วิเศษนักแล
ยาขับโลหิต เอาเบญจขี้เหล็กทั้ง ๕ ผลสมอทั้ง ๓ ผลมะขามป้อม ๑ เอาแต่เนื้อ เอาตรีกฏุกสิ่งละ ๒ บาท สารส้ม ๒ สลึง น้ำประสานทอง ๒ สลึง ผลสลอดทั้งเปลือกเอา ๗ เมล็ด ต้ม ๔ เอา ๑ ตากแห้งแช่สุรากิน ขับโลหิตเหน้าโลหิตร้าย ออกสิ้นเชิงแล

ยาขับโลหิต เอาแก่นมะซาง ๑ แก่นมหาด ๑ ฝักส้มป่อย ๑ ทองเครือ ๑ หัวมหากาฬ ๑ จันทน์แดง ๑ เอาเสมอภาค แช่สุราฝังเข้าเปลือกไว้ ๓ วัน เอาทองผูกคอหม้อหนัก ๒ บาทแล

อนึ่งเอาผลจันทน์ ๒ สลึง ดอกจันทน์ ๒ สลึง ดอกบุนนาก ๒ สลึง กานพลู ๒ สลึง ใบกระวาน ๑ บาท เทียนดำ ๑ สลึง โกฐสอเทศ ๒ สลึง พริกไทย ๒ บาท ขิงแห้ง ๒ บาท ดีปลี ๒ บาท อบเชยเทศ ๒ สลึง ยาทั้งนี้ทำผงละลายน้ำผึ้งเปนลูกกลอน กินเปนยาบำรุงโลหิต ถ้าโลหิตกรังก็ดี เหน้าเปนน้ำชานหมากก็ดี เปนดังน้ำซาวเข้าก็ดี ให้ละลายน้ำมะขามเปียก เอาน้ำตาลทรายรำหัดกินหายแล

สะค้าน ๑ รากช้าพลู ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ รากเจตมูล ๑ เอาเสมอภาค ทำผงชั่งเอาหนักสิ่งละ ๑๒ บาท แล้วเอาสหัศคุณเทศทั้ง ๒ หนักสิ่งละ ๘ บาท ข่าแห้ง ๑ พริกล่อน ๑ รากคนทา ๑ ผิวมะกรูด ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท เบญจหอยทั้ง ๕ เปนต้นเผาให้ไหม้ระอุ เอาหนักสิ่งละ ๔ บาท ทำผงละลายสุราก็ได้น้ำไพลก็ได้ กินแก้โรคโลหิตสัตรีอันขัดฤดูดีนัก แก้สันนิบาต แลลม เอาน้ำส้มซ่าก็ได้ แลผายโลหิตด้วย
เดือน ๕, ๖, ๗, ๘, เปนบ้าเพื่อโลหิต เดือน ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒, เปนบ้าเพื่อลม เดือน ๑, ๒, ๓, ๔, เปนบ้าเพื่อเสมหะ

ถ้าคลอดบุตรนั้นขัดขวางอยู่ ให้เอากะเทียม ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ รง ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ประสมกันบดละลายสุรากิน โลหิตออกดีนัก

แล้วให้ประกอบยาต้มยาผง สำหรับจะแก้โลหิต แก้ดี แก้เสมหะ แก้ลม แก้ใจ แลเปนบ้าเพื่อสิ่งใดสิ่งนั้นๆ แลธาตุทั้ง ๔ ประการ คือปถวี ๑ วาโย ๑ อาโป ๑ เตโช ๑ แลวาโยธาตุนั้น กล้าหาญกว่าธาตุทั้ง ๓ ประการนั้น แลให้ตึงหน้าตึงตา เหียนน้ำลายเปนลมหาวกลุ้ม หน้าตาให้มืด ก็ย่อมให้เปนไข้เพื่อลมนั้น ก่อนแลลมนั้นย่อมระคนไปในธาตุทั้ง ๔ ประการนั้น แลชื่อว่าลมป่วงนั้นแล

ยาชื่อเจียรไนเพ็ชร แก้โลหิตพิการ แก้ลมจับหัวใจ ท่านให้เอาผลช้าพลู ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท เทียนดำ ๒ บาท เมล็ดโหระพาต้น ๒ บาท สค้าน ๒ บาท ผักแพวแดง ๔ บาท สหัศคุณเทศเท่ายาทั้งหลายหนัก ๑๙ บาท ทำเปนผงรำหัด การะบูร ละลายน้ำร้อนก็ได้ ให้กินแก้สรรพลมทั้งปวงก็ได้แก้โลหิตเหน้าร้าย ถ้าคลอดบุตรก็ดี อยู่ไฟไม่ได้ก็ดี จะกลายเปนริศดวงแห้ง เปนฝีภายในมดลูก ถ้าผู้ใดได้กินยานี้หายแล

ยาชื่อบวรนาภี แก้โลหิตเหน้าร้าย อันขัดปัสสาวะขัดหัวเหน่า ให้อาเจียรลมเปล่าไม่สดวก ให้เจ็บขัดในท้องน้อยดังคลอดบุตร ให้ร้องครางอยู่ดังจะขาดใจตาย ท่านให้เอาเปลือกกุ่มบก ๑ ไพล ๑ ลำพันแดง ๑ รากอังกาบ ๑ สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ ผลผักชีล้อม ๑ ผลผักชีลา ๑ รากพันงูแดง ๑ รากละหุ่งแดง ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ข่า ๑ ตะไคร้หอม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ผลช้าพลู ๑ เมล็ดในราชพฤกษ์ ๑ รากผักโหมหิน ๑ ดีปลี ๑ สะค้าน ๑ เปลือกโลก ๑ ว่านเปราะ ๑ เทียนทั้ง ๕ โกฐทั้ง ๕ ยาสมุนไพรนั้นเอาสิ่งละ ๑ บาท เครื่องเทศนั้นให้เอาสิ่งละ ๒ สลึง ทำผงละลายด้วยน้ำขิงน้ำข่าน้ำไพลกินเถิด

อนึ่งเอาผลช้าพลู ๑ เมล็ดในฝักราชพฤกษ์ ๑ รากผักโหมหิน ๑ ดีปลี ๑ สะค้าน ๑ เปลือกโลท ๑ ว่านเปราะ ๑ เทียนทั้ง ๕ โกฐทั้ง ๕ แลยาสมุลไพรนั้นเอาสิ่งละ ๑ บาท เครื่องเทศสิ่งละ ๒ สลึง ทำผงปั้นแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำข่าน้ำขิง น้ำไพลกินแก้โลหิตพิการ เปนโรคต่างๆนั้นแล

ยาต้มแก้พิษโลหิตกรังฤดูอันขัดต่างๆ ให้เอาผักไห่ทั้งต้นทั้งรากทั้งผล ๑ รากฟักเข้า ๑ รากขี้กาแดง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ผลคัดเค้า ๑ เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ กินขับโลหิตเหน้าร้ายทั้งปวงนั้นออกสิ้นเชิงแล

ยาชื่ออัษฎางคุลี ท่านให้เอาเปลือกผลเงาะ ๑ โกฏเขมา ๑ โกฏจุลาลำภา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวภานี ๑ ตรีกะฏุก ๑ เอาเสมอภาคทำผงละลายน้ำส้มซ่าก็ได้ น้ำขิงก็ได้กินหาย แก้ลมจับหัวใจ
ยาชื่ออัษฐังควุติ ท่านให้เอาเปลือกต้นเงาะ ๑ ตรีกฏุก ๑ โกฐกระดูก ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐสอ ๑ โกฐพุงปลา ๑ เทียนทั้ง ๕ ชะเอมเทศ ๑ สมุลแว้ง ๑ เอาเสมอภาคทำผงละลายน้ำส้มซ่า กินแก้ระส่ำระสาย แก้สรรพลม ริศดวง หอบไอผอมเหลือง แก้ลมจุกเสียดแก้ลมวิงเวียน แก้ลมทั้ง ๘๐ จำพวกหายแล

ขนานหนึ่งเอาสหัศคุณเทศ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ว่านน้ำ ๑ รากเจตภังคี ๑ ข่าลิง ๑ รากผักโหมหิน ๑ โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ เอาสิ่งละ ๒ สลึง กุ่มน้ำ ๑ ส่วน รากจิงจ้อ ๒ ส่วน แล้วจึงเอารากเจตมูลเพลิง ๙ ส่วน รากตองแตก ๑๐ ส่วน ทำเปนผงละลายน้ำส้มซ่าก็ได้น้ำผึ้งก็ได้ กินแก้สรรพโรคให้กินเข้าได้ แก้อาเจียรลมเปล่า เปนหืดไอ ให้สอึกแห้งให้บวม ๕ ประการ แลลมตีขึ้นแก้ริศดวงทั้งปวงหายแล

ถ้าชายหญิงผู้ใดให้ไอแห้งไม่มมีเสมหะ ท่านให้เอาตรีกะฏุก ๑ รากส้มกุ้งทั้ง ๒ รากเจตมูลเพลิง ๓ ส่วน บอรเพ็ด ๔ ส่วน ทำผงแล้วจึงปรุงผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทียนทั้ง ๕ เอาสิ่งละ ๕ สลึง บดละลายน้ำผึ้งรวงกิน ๗ วัน ถ้าชอบด้วยโรคจึงให้ต้มยานี้กินล้างเสีย ท่านให้เอาโคกกระสุน ๑ เบญจราชพฤกษ์ ๑ ตรีกะฏุก ๑ เบญจขี้เหล็ก ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ หัวแห้วหมู ๑ ใบมะกา ๑ ส้มทั้ง ๓ ยาดำ ๒ บาท ต้มกินแก้ริศดวง แก้กล่อนแห้ง แก้ไข้สันนิบาตหายแล

พระตำราหลวง เสียงเจรจากระสาบๆ ดังเปดดังแตรก็ดี เสียงไม่ออกเลยก็ดีให้ทำยานี้สุม เอาใบค้อนกลอง ๑ ไพลสด ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ พรรผักกาด ๑ เปลือกต้นสลอดกินลง ๑ บดด้วยน้ำมะนาวสูบ ๓ วันหายแล

จึงหุงน้ำมันนี้ใส่ เอาผลมะแว้งต้น ๑ ผลมะแว้งเครือ ๑ ผลมะเขือขื่น ๑ ตำเอาน้ำสิ่งละจอก น้ำมันงาจอก ๑ หุงให้คงแต่น้ำมัน แล้วเสกด้วย สักกัตวา ๓ จบ เอาน้ำมันนัดถุ์ ๓ วัน ให้ระงับเสมหะแล้วให้แต่งยากิน อดของแสลง ๗ วันกินแต่ปลาแห้ง จึงแต่งยานี้ให้กิน เอารากมะเดื่อดิน ๑ ว่านน้ำ ๑ ตรีกฏุก ๑ เสมอภาคทำผงละลายน้ำผึ้งกินหนัก ๑ สลึง วิเศษนักแล

ถ้าหญิงใดโลหิตเหน้าอยู่ในท้องก็ดี อยู่ไฟมิได้ก็ดี เอาใบกะเมง ๑ เกลือกับน้ำผึ้งเอาเท่ากันเคี่ยวให้งวด ใส่ในทวารเบาเป่าโลหิตร้ายตกสิ้นแล

ถ้าเสมหะออกทางปาก จะให้ลงทางทวารหนัก เอารากสลอดกินลง ๑ รากก้างปลาแดง ๑ รากคาง ๑ รากซ้องแมว ๑ ใบซ้องแมว ๑ ฝักส้มป่อย ๑ ยานี้ต้ม ๓ เอา ๑ กินตามกำลังเสมหะตกทางทวารหนัก ท่านตีค่าไว้ชั่งทองแล

ถ้าผู้หญิงโลหิตตกทางโยนี โลหิตนั้นร้ายนัก ลางทีออกสดๆ ลางทีเหน้าออกมาดังน้ำคาวปลา ถ้าจะแก้เอาผลมะตูมแห้ง ๑ ใบคนทีสอ ๑ ผักเสี้ยนผี / เอาเสมอภาคต้ม ๓ เอา ๑ กินหายแล

ยาริศดวงพลวก ท่านให้เอาดีปลี ๑ ผลจันทน์ ๑ พริกไทย ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ สมุลแว้ง ๑ เอาเสมอภาค จึงทำผงไว้ละลายน้ำผึ้งกินหายมากแล้ว อย่าสนเท่ห์เลยท่านสมภารวัดป่าเลไลย เหนือขนอนหลวง ท่านนั้นแต่เปนมาถึง ๓ ปีก็หาย

ถ้าจะแก้ท้องมารทั้ง ๕ จำพวก เอาน้ำประสานทองสตุเสีย ๑ รากตองแตก ๑ ฝานแต่บางๆ ขั้วด้วยสุราให้แห้ง ๓ หน ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ดีปลี ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท เกลือสินเธาว์ ๒ สลึง มหาหิงคุ์ ๔ บาท ยาดำ ๖ บาท ทำผงละลายน้ำผึ้งกินเช้ากินเย็น แก้ท้องมารแลมารทลุนหายแล
ยาแก้หืด ๔ปี ก็ดี แก้ไอ ๕ ปีก็ดี เอายาสูบที่ดีขยำน้ำปูนใสให้กินแต่ถ้วยจิบหนึ่ง แล้วจึงดองยา เอารากสลอดกินลง ๑ แก่นแสมทะเล ๑ รากผักคราด ๑ รากผักเสี้ยนผี ๑ ขอบชนางทั้ง ๒ รากเจตมูล ๑ เอาเท่ากันดองสุราฝังเข้าเปลือกไว้ ๓ วันจึงกินหาย ได้ทำมามากแล้ว

ขนานหนึ่งยาสุมจมูกริศดวงจมูกตึง เอาเปลือกตาเสือ ๑ รากค้อนกลอง ๑ ใบสลอดกินลง ๑ ดินประสิวขาว ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ เอาเท่ากันบดสุมให้ได้ ๗ วันหายแล

ยาแก้ลมขึ้นแต่แม่เท้า ให้ปวดศีศะเมื่อยต้นคอเปนกำลัง ท่านให้เอากุ่ม ๑ ข่า ๑ ไพล ๑ หัวหอม ๑ ดินประสิวขาว ๑ บดพอกแม่เท้า ๓ วันหายแล

ยาพอกท้องน้อยขับโลหิต เอาว่านน้ำ ๑ ใบเจตมูลเพลิง ๑ พริก ๑ ขิง ๑ กะเทียม ๑ หางไหลแดง ๑ สนเทศ ๑ แก่นแสมสาร ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค เอาน้ำข่าเปนกระสายบดพอกท้องน้อย ออกสดวกดีนักแล

แม้นจะแก้ลมอุทธังคมาวาต อันจับหัวใจให้ชักมือกำให้เท้ากำ ลิ้นกระด้างคางแข็ง ตีขึ้นปะทะอกหายใจสอึกสอื้น เปนประหนึ่งจะสิ้นใจ ท่านให้ทำยานี้ เอามหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑ รงทอง ๑ หัวอุตพิด ๑ บุก ๑ กลอย ๑ กะดาดทั้ง ๒ สนเทศ ๑ สักขี ๑ เปล้าทั้ง ๒ รากช้าพลู ๑ กันชา ๑ ผลสมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ สค้าน ๑ ดีปลี ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ว่านนางคำ ๑ ใบคนทิสอ ๑ ใบเฉียงพร้าหอม ๑ ใบสวาด ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ โกฐเชียง ๑ อบเชย ๑ พริกไทย ๑ ผลมะตูมอ่อน ๑ แก่นแสมทั้ง ๒ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค ทำผงละลายน้ำผึ้งกินหายแล

ขนานหนึ่งเอาใบหนาดแห้ง ๑ ผิวมะกรูด ๑ ขิง ๑ กะเทียม ๑ ดีปลี ๑ เทียนดำ ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท การะบูร ๒ บาท ไพลแห้ง ๒ บาท หัวดองดึง ๒ บาท ว่านเปราะ ๒ บาท ว่านน้ำ ๒ บาท เปราะหอม ๔ บาท ทำผงละลายน้ำมะกรูดกินเปนยาขับโลหิตเหน้าร้ายออกสิ้นเชิง แลเราได้ทำมาแล้วดีนักอย่าสนเท่ห์ เลย ท่านตีค่าไว้ ๕ ตำลึงทองแล

สิทธิการิยะ จะกล่าวกำเนิดริศดวงมหากาฬ ๔ จำพวกๆหนึ่งขึ้นในคอ จำพวกหนึ่งขึ้นในอก จำพวกหนึ่งขึ้นในทวารจำพวกหนึ่งขึ้นในลำไส้ ทรวงอกลำคอเปนเม็ดๆเท่าถั่วเขียว เมื่อสุกแตกออกเปนบุพโพโลหิตออกมา แล้วเลื่อนเข้าหากันบานดังดอกบุก เปนบุพโพ โลหิตไหลมิรู้ก็ว่าเปนฝี อนึ่งเกิดขึ้นดังเมล็ดเข้าโภชตามลำไส้ลำคอ ถ้าจะแก้ท่านให้เอาเทียนทั้ง ๕ โกฐกักกรา ๑ โกฐพุงปลา ๑ โกฐก้านพร้าว ๑ โกฐจุลาลำภา ๑ โกฐสอ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ตรีกฏุก ๑ สค้าน ๑ เอาสิ่งละ ๒ สลึง มดยอบ ๑ สนเทศ ๑ สมุลแว้ง ๑ อบเชย ๑ ขอบชะนางทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑ บาท ชาตก้อน ๑ เฟื้อง บดให้ละเอียดใส่กระเบื้องขั้วให้ร้นอ เอาน้ำมะกรูดบีบลงขั้วให้แห้งให้ได้ ๓ หน ให้ชาตกรอบแล้วประสมเข้ากับยาผงทั้งนั้น เอาเหล้าเข้มเปนกระสายแซกพิมเสน ๑ เฟื้อง ฝิ่น ๑ เฟื้อง ทำแท่งไว้เท่าเม็ดพริกไทยละลายสุรากิน ๓ เม็ด แก้สรรพริศดวงเรื้อรังฝีเปื่อยทั้งตัว คุธราด อุปะทม ไส้ด้วนไส้ลาม แลหญิงเปนมุตรกฤจฉ์ ช้ำรั่ว ในทวารหนักเบา กินก็หายดีนักแล

ขนานหนึ่งเปนยาต้มสมานลำไส้ เอารากมะแว้งทั้ง ๒ รากมะเขือขื่น ๑ รากกล้วยตีบ ๑ รากต่อไส้ ๑ รากมะเกลือ ๑ รากปุ่มไก่ ๑ รากโภกพาย ๑ รากลำเภาะ ๑ รากกำจาย ๑ รากพุงจาบ ๑ มูกหลวง ๑ รากทองภู ๑ ยาเข้าเย็นทั้ง ๒ เอาสิ่งละ ๑๐ บาท หนอนตายอยาก ๑๒ บาท ขันทองพยาบาด ๑๐ บาท รากพุงแก ๔ บาท เปลือกกันเกรา ๔ ตำลึง เทียนดำ ๔ บาท เทียนขาว ๔ บาท ตรีกะฏุก ๑ ตำลึง กัมถันเหลือง ๓ ตำลึง ต้มกินแก้สมานลำไส้หายแล

ขนานหนึ่งเปนยาดอง เอากานพลู ๑ ตำลึง มดยอบ ๓ ตำลึง เจตมูล ๓ บาท ผักแพวแดง ๒ ตำลึง น้ำประสานทอง ๑ ตำลึง แก่นประดู่ ๑ ตำลึง แก่นมหาด ๑ ตำลึง สน ๑ ตำลึง อุตพิด ๑ บุก ๑ กลอย ๑ กะดาดทั้ง ๒ ตากให้แห้งเอาสิ่งละ ๒ บาท หัวเข้าข้า ๓ บาท พริกไทย ๑๐ บาท ห่อผ้าแช่สุราที่เข้มดี ๕ ทนาน ฝังเข้าเปลือกไว้ ๕ วัน กินแต่น้อยแก้ริศดวง ดังกล่าวมานั้น หายสิ้นอย่าสนเท่ห์เลย

สิทธิการิยะ ถ้าผู้ใดเปนไข้แลให้ร้อนภายในให้อยากน้ำนัก แลตัวคนไข้นั้นให้แข็งกระด้างดุจดังท่อนไม้แลท่อนฟืน ให้ตัวนั้นเปนเหน็บชาไปทั่วทั้งกายหยิกไม่เจ็บ ท่านว่าเกิดกาฬภายในแลให้ปากแห้งคอแห้งฟันแห้งนมหดหู่ให้เปนต่างๆนั้น ท่านว่ากาฬผุดออกยังไม่สิ้นยังอยู่ในหัวใจนั้น ถ้าจะแก้ให้เอารากกะตังบาย ๑ จันทน์ทั้ง ๒ สนเทศ ๑ ระย่อม ๑ พิศนาศ ๑ รากแตงเถื่อน ๑ รากหมูปล่อย ๑ หัวมหากาฬ ๑ หัวกะเช้าผีมด ๑ รากไคร้เครือ ๑ ใบระงับ ๑ ใบภิมเสน ๑ ใบเฉียงพร้าหอม ๑ ใบทองพันชั่ง ๑ เขากวาง ๑ งาช้าง ๑ เขี้ยวเสือ ๑ เขี้ยวหมี ๑ เขี้ยวจรเข้ ๑ เขี้ยวหมูป่า ๑ เขี้ยวแรด ๑ กรามนาคราช ๑ เขี้ยวปลาพยูน ๑ เกสรดอกบัวน้ำทั้ง ๗ ผลสมอพิเภก ๑ เทียนดำ ๑ ใบสเดา ๑ เปลือกไข่เป็ดสด ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ สมอไทย ๑ รากมะรุมบ้าน ๑ รวมยาทั้งนี้เอาเสมอภาค ทำผงแล้วจึงบดปั้นแท่งไว้ฝนด้วยน้ำดอกไม้ ทั้งกินทั้งพ่นแก้สรรพไข้ทุกอันดังกล่าวมานั้นหายแล

ถ้าไข้ให้หนาว ฝนด้วยน้ำร้อน ตั้งไว้ให้เย็นก่อนจึงให้กินหาย

ถ้าไข้ลิ้นกระด้างคางแข็ง เอามูตรเจ้าตัวส่วน ๑ น้ำครำเอาแต่ใสส่วน ๑ น้ำสงพระเจ้าห้ามสมุทส่วน ๑ เอาดีงูแซกลงให้กินหายแล

ถ้าเสมหะตีขึ้นฝนด้วยน้ำหัวหอมกินหาย ถ้าเปนไข้ ๗ วัน ๙ วัน ๑๑ วัน แล้วยังมัวอยู่ให้คลั่งไม่รู้สติสมประดีนั้น ท่านว่ากาฬ นั้นยังไม่ผุดออกสิ้น เร่งกินยานี้จงหนักเถิดหาย ยานี้มหาวิเศษหนัก ท่านตีค่าไว้เปนทองแสนตำลึงแล

ถ้าจะทำยานี้แก้ไข้ ให้เอาหวายตะค้า ๑ หวายตะมอย ๑ ใบมะระ ๑ ใบมะตูม ๑ ใบพิมเสน ๑ ใบสมี ๑ ใบเนระภูสี ๑ จันทน์ทั้ง ๒ มหาสะดำ ๑ ระยอม ๑ พิศนาด ๑ รากไคร้เครือ ๑ ใบพลูแก ๑ ใบรักขาว ๑ มูลโคแห้ง ๑ ดินประสิวขาว ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค บดละลายน้ำซาวเข้ากิน เปนยาล้อมตับดับพิษฝีกาล แก้หอบสอึกฝนด้วยน้ำจันทน์กินหาย แก้อาเจียรฝนด้วยน้ำผลมะตูมต้มน้ำผลยอต้ม ให้กินหายแล

สิทธิการิยะ จะกล่าวกำเนิดริศดวงมหากาฬ ๔ จำพวกๆ หนึ่งขึ้นในลำคอ ในทวารหนัก ในทวารเบา จำพวกหนึ่งขึ้นในลำไส้ตลอดถึงลำคอ เมื่อขึ้นนั้น ตั้งขึ้นเปนกองเปนหมู่กัน ประมาณ ๙, ๑๐ เม็ดๆ เท่าถั่วเขียว เมื่อสุกนั้นแตกออกเปนบุพโพโลหิตระคนกัน แล้วก็เลื่อนเข้าหากัน ให้บานออกสัณฐานดังดอกบุก เปนบุพโพโลหิตไหลซึมอยู่ ไม่รู้ก็ว่าฝีปลวกแล ฝีหัวคว่ำเพราะว่าบริวารนั้นตั้งเปนเม็ด ขึ้นตามลำไส้ตลอดขึ้นลำคอ ให้ปากคอนั้นเปื่อยกินเผ็ดกินร้อนมิได้ ถ้าจะแก้ท่านให้ปรุงยานี้ให้กินภายในเสียก่อน แล้วจึงเอาเทียนทั้ง ๕ โกฐกักกรา ๑ โกฐสอ ๑ โกฐพุงปลา ๑ โกฐจุลาลำภา ๑ โกฐก้านพร้าว ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ตรีกฏุก ๑ กันชา ๑ สะค้าน ๑ เอาสิ่งละ ๒ สลึง มะยอบ ๑ บาท แก่นสนเทศ ๑ บาท สมุลแว้ง ๑ บาท อบเชยเทศ ๑ บาท ขอบชะนางทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ บาท ชาตก้อน ๑ สลึง สารหนู ๑ เฟื้อง ชาตกับสารหนูนั้นเอาใส่กะเบื้องตั้งไฟขึ้น เอาน้ำมะนาวบีบลงขั้วให้แห้งให้ได้ ๓ ครั้งให้ชาตกับสารนั้นเกรียม แล้วจึงประสมกันเข้ากับยานั้นแล้วเอาสุราที่จุดไฟติดนั้นบดเปนกระสาย เอาพิมเสน ๑ เฟื้อง ฝิ่น ๑ เฟื้อง บดปั้นเท่าเม็ดพริกไทย ละลายสุรากิน ๓ เม็ด ถ้ากินมิได้กินแต่เม็ดหนึ่ง ยานี้แก้ริศดวงเปื่อยทวารทั้ง ๙ ริศดวงในอกเปนปะหรวด เปนรัง เปนหนองฟูมอยู่ก็ดี มะเรงคุธราดฝีเปื่อยทั้งตัว ยาอันใดไม่ฟัง อุปะทม ไส้ด้วน ไส้ลาม ไส้เลื่อนก็ดี เปนฝีนานหายก็ดี ชายหญิงเปนช้ำรั่ว ถ้าได้กินยานี้หายสิ้นทุกประการอย่าสนเท่ห์เลย ยานี้เปนมหาวิเศษนักแล

บัดนี้พระอาจารย์เจ้า จะกล่าวซึ่งมหาโชตรัตเล่ม ๒ ว่าด้วยกองธาตุโดยสังเขปตามพระบาฬีว่า อันว่าธาตุทั้ง ๔ อันพระอาจารย์กล่าวแล้ว คือว่าในมหาภูตรูป ๔ เปนอเนกปริยายต่างๆพึงรู้ด้วยประการดังนี้
กายแห่งเราท่านทั้งหลายนี้ โลหิตเปนปัจจัยชุ่มแช่ให้สดชื่นมีธาตุทั้ง๔ เปนเหตุ มีธาตุทั้ง๔ ก่อเกิดคือ เวียนตายแล เวียนเกิดอยู่ในภพสงสาร ถึงจะเปนเทวดาแลมนุษก็ดี จะเปนเดียรัจฉานก็ดี แต่บรรดามีจิตรวิญญาณก็ย่อมมีธาตุทั้ง ๔ ทุกๆตัวสัตว์ กายแห่งเราท่านทั้งหลายนี้ เมื่อจะอันตระธานนั้นก็ย่อมอันตระธานด้วยธาตุ ทั้ง ๔ ธาตุทั้งหลาย ๔ บังเกิดแก่มนุษทั้งหลายจึงตั้งกองรูปขันธ์ทั้งกายอินทรีย์ทั้งปวง เมื่อจะทำลายเบ็ญจขันธ์ก็ทำลายด้วยธาตุทั้ง๔ มิได้เว้นจากบุคคลเลย

พระอาจารย์เจ้าผู้วิเศษนำมากล่าวแล้ว แพทย์ทั้งหลายแลจะอภิบาลรักษาซึ่งโรคโลหิต อันบังเกิดแก่หญิงมนุษทั้งปวงอันบังเกิดในชมภูทวีปนี้ มีธาตุทั้ง๔ เปนประธาน ท่านย่อมแจ้งด้วยประการดังนี้

อันว่าธาตุทั้งหลาย ๔ คือปถวีธาตุ ๒๐ ประการ มีเกสาเปนต้น อาโปธาตุ ๑๒ ประการ มีปิตตังเปนต้น ธาตุเพลิง ๔ กอง มีสันตัปปัคคีเปนต้น ธาตุลม ๖ จำพวก มีอุทธังคมาวาตเปนต้น รวมกันเปนธาตุ ๔๒ ด้วยกันดังนี้ จัดเปนขันธ์ทั้ง ๕ มีรูปขันธ์เปนต้น แลธาตุทั้ง๔ ซึ่งกล่าวมานั้น ก็เกิดในรูปขันธ์ทั้งสิ้น อาไศรยแก่กันคือรูปธรรมนามธรรมเนื่องถึงกัน รูปมิได้บังเกิดมีนามก็มิได้มีรูปบังเกิดมีแต่จิตรปติสนธิ เนื่องกันกว่าจะถึงพระนิพพานนับได้หลายแสนโกฏชาตินั้น ลักษณอากาศธาตุนั้นมีอยู่ทั้งภายในภายนอก สุดแต่มีระหว่างในที่ใดที่นั้น ก็เรียกว่าอากาศธาตุ ความพิศดารอยู่ในคัมภีร์อากาศคัณฐีโน้น

ลำดับนี้จะกล่าวโลหิตฤดูประเภทแห่งสัตรีทั้งหลายตามธรรมดาอาไศรยซึ่งกองธาตุมิได้บริบูรณ์ แล้วโลหิตก็มิได้งามบริบูรณ์ขึ้นได้ อาไศรยซึ่งกองธาตุจึงตั้งเปนร่างกายอยู่ได้ โรคทั้งปวงก็อาไศรยซึ่งกองธาตุวิบัติโรคจึงตั้งขึ้นได้

อันว่ากุมารีทั้งหลายเมื่อยังเยาว์ยังเล็กอยู่นั้น กำเนิดตานทรางก็เหมือนกุมารผู้ชาย ต่อเมื่อได้อายุล่วงกำหนดตานทรางถึงกำหนดที่จะมีฤดูแล้ว จึงมีประเภทต่างกันกับผู้ชาย ๔ ประการ ที่จะให้สัตว์ปติสนธิจะเกิดโรค ก็เกิดด้วยโลหิตนั้นมากกว่าโรคอื่นมีประเภทแปลกกันกับชาย ๔ ประการนั้น คือถันประโยธรประการ๑ คือจริตกิริยาประการ ๑ คือประเวณีประการ ๑ คือต่อมโลหิตประการ ๑ เปน ๔ ประการด้วยกันดังนี้ อนึ่งมีพระบาฬีว่าต่อมหรือดอกโลหิตแห่งหญิงผู้นั้นก็บังเกิดขึ้นมา ตามประเพณีแห่งสัตรีภาพแล
จะว่าตามพระบาฬีนั้น ว่าหญิงจำพวกใดเมื่อพ้นกำหนดแห่งตานทรางแล้ว อายุล่วงขึ้นไปได้ ๑๔, ๑๕ ปี ต่อมโลหิตก็ตั้งขึ้นมาตามประเพณีแห่งโลกทั้งหลาย แลหญิงนั้นเมื่อยังเปนสาวพรมจารีอยู่ จะได้รู้ว่าประเพณีสังวาศ ยังไรก็มิได้ ให้บังเกิดปติพัทธ์ขึ้นมาเอง คือให้ฝันเห็นว่ามีชายมาร่วมประเพณีด้วยตั้งแต่นั้นก็มีฤดูตามประเวณี ถันประโยธรนั้นก็วัฒนาเจริญขึ้นพระอาจารย์เจ้าจึ่งกล่าวลักษณโลหิตฤดูปรกติมี ๕ ประการ ดังพระบาฬีโดยอธิบาย ว่าฤดูแห่งสัตรีทั้งหลายซึ่งบังเกิดนั้นท่านยกขึ้นว่าไว้พอให้เห็นซึ่งลักษณแห่งโลหิตปรกติโทษแต่ ๕ ประการ โดยประเภทต่างกันดังนี้

คือโลหิตบังเกิดแต่หัวใจนั้น เนื่องมาแต่หทัยวัตถุกำเดาประการ ๑ โลหิตเนื่องมาแต่ดีประการ ๑ โลหิตเนื่องมาแต่ผิวเนื้อประการ ๑ โลหิตบังเกิดเนื่องมาแต่เส้นเอ็นประการ ๑ คือ โลหิตบังเกิดเนื่องมาแต่กระดูกประการ ๑ เปน ๕ ประการ ด้วยกันดังนี้

โลหิตบังเกิดแต่หัวใจนั้น เมื่อจะมีฤดูมามักให้ระส่ำระสาย มักขึ้งโกรธบ้าบ่นบางทีให้คลั่งมะเมอเพ้อพก เมื่อจะเปนนั้นริมจักษุเขียว ถ้าแพทย์ผู้ใดแก้มิฟังหญิงนั้นจะเสียจริตเปนบ้า

ลักษณโลหิตบังเกิดแต่ขั้วดีนั้น เมื่อฤดูมีมาให้เปนไข้ไป ๔, ๕ วัน ให้เชื่อมไปไม่รู้ว่าค่ำรุ่ง แลนอนสดุ้งหวาดเจรจาด้วยผีคน สมมุติว่าขวัญไปกินเถื่อน เพราะว่าโลหิตนั้นทำเอง บางทีผุดขึ้นมาเห็นดำเห็นแดงก็มี เท่าแว่นน้ำอ้อยก็มี ถ้าผู้ใดแก้มิฟังบุคคลผู้นั้นจะกลายเปนไข้ลากสาตสันนิบาต

อันว่าลักษณโลหิตอันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้น เมื่อจะมีฤดูมานั้นให้ร้อนผิวเนื้อให้ร้อนผิวหนัง แลแดงดังผลตำลึงสุก บางทีผุดขึ้นดังเม็ดผด แลเท่าใบพุดทราเท่างบน้ำอ้อยก็มี ดุจไข้ลากสาดสันนิบาต ไป ๒ วันไป ๓ วัน บางทีสมมุติว่าเปนประดง ครั้นฤดูมีมาก็หาย

อันว่าลักษณโลหิตอันเกิดแต่เส้นเอ็นทั้งปวงนั้น เมื่อฤดูจะมีมานั้นให้เปนดุจไข้จับ ให้สบัดร้อนสท้านหนาวปวดศีศะเปนกำลัง ครั้นฤดูมีมาก็หายไปแล

อันว่าลักษณโลหิตอันเกิดแต่อัฐิ นั้น เมื่อฤดูจะมีมานั้นให้เมื่อยทุกข้อทุกลำนั้น ดังอัฐิจะแตกจะคลาดกันไป ให้เจ็บเอวให้เจ็บท้อง ให้บิดคร้านนอนไป ครั้นฤดูมีมาก็หาย

โลหิตปรกติโทษทั้ง ๕ ประการนี้ ท่านสงเคราะห์ไว้พอเปนที่สังเกตุแห่งแพทย์ ใช่โลหิตฤดูปรกติโทษจะมีแต่เท่านี้หามิได้ ก็ย่อมมีทั่วทั้งอาการ ๓๒ ธาตุทั้ง ๕ ใช่ว่าโลหิตนั้นจะถึงฤดูแล้วโลหิตไหลเดินมาจากหัวใจจากดีจากเนื้อจากเส้นจากอัฐิก็หามิได้ โลหิตปรกตินั้นก็ชุ่มแช่กรัชกาย อยู่ทั่วทั้งตัว ด้วยสามารถลมทั้ง ๖ จำพวก แลลมทั้งหลายพัดให้เดินไปมา ตามระหว่างเส้นเอ็นแลเนื้อแลหนัง อีกทั้งอะวะยะวะ ในกรัชกายทั้งปวง เปนธรรมดาทุกตัวสัตว์ เตโชธาตุทั้ง ๔ ก็อบอุ่นให้โลหิตนั้นร้อนอยู่เปนธรรมดา ถ้าเตโชธาตุกล้าเดินเกิดปรกติเมื่อใด โลหิตนั้นร้อนทนมิได้ก็ผุดขึ้นมานอกผิวหนัง แพทย์ทั้งปวงสมมุติว่าเม็ดกำเดา ลากสาดปานดำแดงแลกาฬทั้งปวงนั้นก็คือโลหิตนั้นเอง ท่านจึงว่าไว้ว่าดีว่ากำเดานั้นคือเตโช โลหิตนี้เปนเจ้าของสมุฏฐาน อันว่าโลหิตฤดูนี้เปนชาติธรรมดาสัตรี ผู้ใดเคยถึงฤดูนั้น ลมกองใดเคยกำเริบลมกองนั้นกำเริบขึ้นทุกเดือนทุกครั้ง จึงเรียกปรกติโลหิต ถ้าถึงกำหนดฤดูมา อาการแปลกไปอย่างอื่นลมกองอื่นทำแล้ว จัดได้ชื่อว่าทุจริตโทษ อาการโลหิตปรกติโทษนั้นใช่จะมีแต่ ๕ ประการนั้นหามิได้ ก็ย่อมมีต่างๆ ตามลักษณโลหิตที่เปนนั้น ตั้งแต่แรกเมื่อฤดูมาอาไศรยธาตุ อาไศรยสมุฏฐาน อาไศรยฤดู ที่เคยเปนนั้น
บัดนี้จะกล่าวอาการแลสรรพยา จะแก้โลหิตปรกติโทษนั้นก่อนโดยสังเขป

ในที่นี้จะกล่าวปรกติโลหิต อันบังเกิดแต่ก้อนหทัยนั้นก่อนเปนปฐม เมื่อจะบังเกิดนั้น กระทำให้จิตรระส่ำระสายใจนั้นลอยไป แลให้เพ้อบ่นไป หาสติมิได้ มักให้ขึ้งให้โกรธเปนกำลังต่อมีฤดูมาแล้วจึงคลาย
ถ้าจะแก้ เอายาชื่อว่าเกสราทิคุณ ขนานนี้ท่านให้เอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ จันทน์ทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ อบเชยเทศ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แก่นสน ๑ สักขี ๑ ชะลูด ๑ สมุลแว้ง ๑ ดอกจำปา ๑ ดอกกะดังงา ๑ ดอกมะลิ ๑ ดอกพิกุล ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรบุนนาก ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน เลือดแรด ๑ เบญจกูลสิ่งละ ๔ ส่วน ฝางเสน ๘ ส่วน ดอกคำฝอย ๑๖ ส่วน ตรีผลาตามพิกัด ต้มตามวิธีให้กิน แก้โลหิตปรกติโทษดวงหทัยนั้น หายพิเศษ นัก

พระคัมภีร์มหาโชตรัต เล่ม ๓ โดยสังเขป

ขนานหนึ่งชื่ออุดมโอสถ (น้อย ) เอาโกฐทั้ง ๕ เทียนดำ ๑ ลูกจันทน์เทศ ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ อบเชยเทศ ๑ สมุลแว้ง ๑ สน ๑ สักขี ๑ ชะเอมเทศ ๑ เปราะหอม ๑ สาระพัดพิษ ๑ สมอเทศ ๑ สมอไทย ๑ เจตภังคี ๑ ว่านน้ำ ๑ บอรเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ เกสรบุนนาก ๑ เกสรสารภี ๑ ดอกพิกุล ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน สารส้ม ๔ ส่วน ดอกคำฝอย ๑๖ ส่วน ทำเปนจุณบดทำแท่งไว้ละลายน้ำดอกไม้แซกพิมเสนให้กิน แก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่กองหทัยนั้นวิเศษนัก

ลำดับนี้จะกล่าวลักษณปรกติโลหิตอันบังเกิดแต่ปิตตะสมุฏฐาน กล่าวคือดีเปนคำรบ ๒ เมื่อจะบังเกิดนั้นให้คลั่งมักขึ้งโกรธ ให้สวิงสวายหาแรงมิได้ กระทำให้ตัวร้อนเปนเปลวหาสมปฤดีมิได้ ต่อมีฤดูมาจึงคลาย ถ้าจะแก้เอายาชื่อประทุมเกสราขนานนี้ ท่านให้เอาจันทน์ทั้ง ๒ อบเชยทั้ง ๒ กระดอม ๑ บอรเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน โกฐทั้ง ๕ บัวน้ำทั้ง ๕ สิ่งละ ๔ ส่วน เบญจกูลตามพิกัดต้มตามวิธี ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษอันบังเกิดแต่ขั้วดีนั้น กระทำให้สวิงสวายหายวิเศษนักแล

ขนานหนึ่งชื่อมหาทิพรศ ท่านให้เอาโกฐทั้ง ๙ เทียนทั้ง ๗ เพราะหอม ๑ กระดอม ๑ บอรเพ็ด ๑ แห้วหมู ๑ มะตูมอ่อน ๑ ตรีผลา ๑ จุกโรหินี ๑ ผลสาระพัดพิษ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู อบเชยทั้ง ๒ สิ่งละ ๒ ส่วน ดอกสเดา ๔ ส่วน ตรีกฏุกตามพิกัต บดทำแท่งแซกพิมเสนให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ขั้วดีนั้นหายแล

ขนานหนึ่งชื่อโอสถทิพคุณ ท่านให้เอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ จันทน์ทั้ง ๓ สมอทั้ง ๓ มะขามป้อม ๑ พริกไทย ๑ สิ่งละส่วน อบเชย ๑ สมุลแว้ง ๑ ชะเอมเทศ ๑ กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ ชะลูด ๑ ขอนดอก ๑ แก่นสน ๑ สักขี ๑ บอรเพ็ด ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน แห้วหมู ๑ มะตูมอ่อน ๑ จุกโรหินี ๑ สังกระนี ๑ เนระภูสี ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน กระวาน ๑ กานพลู ๑ เทพทาโร ๑ แส้ม้าทะลาย ๑ โลทนง ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน เลือดแรด ๑ ฝางเสน ๑ สิ่งละ ๕ ส่วน ดอกคำฝอย ๖ ส่วน เบญจกูลตามพิกัด บดทำแท่งไว้ละลายน้ำกระสายอันควรแก่โรคแซกพิมเสนให้กิน แก้โลหิต ปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ขั้วดีนั้นหายวิเศษนัก

ลำดับนี้จะกล่าวลักษณปรกติโลหิต อันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้นเปนคำรบ ๓ เมื่อจะบังเกิดนั้นกระทำให้ร้อนผิวเนื้อผิวหนัง ให้แดงไปทั้งกายดุจผลตำลึงสุก บางทีเปนดวงเปนลายดุจไข้ลากสาด มีพิษร้อนเปนกำลัง ต่อฤดูมีมาจึงคลาย

ถ้าจะแก้เอายาชื่อเทพรังษิตขนานนี้ ให้เอาโกฐสอ ๑ โกฐกะดูก ๑ โกฐเชียง ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเข้าเปลือก ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ ขอนดอก ๑ ใบสันพร้าหอม ๑ ใบพิมเสน ๑ ผักกะโฉม ๑ สิ่งละส่วน เปราะหอม ๒ ส่วน โกฐหัวบัว ๖ ส่วน บดทำแท่งไว้ละลายน้ำดอกไม้แซกพิมเสนให้กิน แก้พิษโลหิตอันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้น หายวิเศษนักแล

ขนานหนึ่งชื่อบัณฑิตย์พระพรหม เอาเปลือกโลท ๑ เปลือกมะเฟือง ๑ โลทนง ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ อบเชย ๑ ชะลูด ๑ สิ่งละส่วน ไพล ๑ กะชาย ๑ ตรีกฏุก สิ่งละ ๒ ส่วน เกสรสารภี ๑ เกสรบุนนาก ๑ เกสรบัวหลวง ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน คำฝอย ๕ ส่วน ดอกพิกุล ๖ ส่วน ทำเปนผงเอาน้ำเทียนดำต้มเปนกระสายบดทำแท่งไว้ น้ำโคกกระสุนต้มแซกพิมเสน, ชะมด, ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้นหายวิเศษนักแล

ขนานหนึ่งชื่ออุดมโอสถ (ใหญ่) ท่านให้เอาดินประสิวขาว ๑ สารส้ม ๑ การะบูร ๑ สิ่งละส่วน เถามวกทั้ง ๒ ขมิ้นอ้อย ๑ สักขี ๑ เถาวัลเปรียงแดง ๑ เถาหญ้านาง ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ จันทน์ทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ อบเชย ๑ ชะลูด ๑ ตรีกฏุก สิ่งละ ๓ ส่วน ดอกจำปา ๑ ดอกกะดังงา ๑ ดอกบุนนาก ๑ ดอกพิกุล ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน เลือดแรด ๖ ส่วน ฝางเสน ๑๐ ส่วน คำฝอย ๒๔ ส่วน ตรีผลาตามพิกัด บดทำแท่งไว้ละลายน้ำดอกไม้แซกชะมดพิมเสน ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่ผิวเนื้อนั้นหายวิเศษนักแล

ลำดับนี้จะกล่าวด้วยลักษณโลหิตอันบังเกิดแต่เส้นเอ็นนั้น เปนคำรบ ๔ เมื่อจะบังเกิดกระทำให้สบัดร้อนสะท้านหนาว แลให้ผิวเนื้อร้อน, สอึก, ให้ปวดศีศะเปนกำลัง ให้เชื่อมมัว หาเวลามิได้ ต่อฤดูมีมาจึงคลาย ถ้าจะแก้เอายาชื่อจักระพรรดิขนานนี้ เอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ สิ่งละส่วน ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ จันทน์ทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กะลำพัก ๑ ชะลูด ๑ แก่นสน ๑ สมุลแว้ง ๑ ชะเอมทั้ง ๒ ดอกสารภี ๑ ดอกพิกุล ๑ รากระงับพิษ ๑ มะตูมอ่อน ๑ แห้วหมู ๑ แฝกหอม ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน แก่นประดู่ ๑ แก่นขี้เหล็ก ๑ แก่นราชพฤกษ์ ๑ แก่นมะเกลือ ๑ สิ่งละ ๕ ส่วน ขมิ้นเครือ ๑ เบญจกูล ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน เถาวัลเปรียง ๑๐ ส่วน ตรีผลาตามพิกัดทำเปนจุณ เอาเลือดแรดต้มเปนกระสาย บดทำแท่งไว้ละลายน้ำดอกคำต้ม แซกชะมด ๑ พิมเสน ๑ หญ้าฝรั่น ๑ ให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันบังเกิดแต่เส้นเอ็นนั้นหายวิเศษนักแล

ขนานหนึ่งชื่อมหิศรนิมิตร เอาแก่นแสมทั้ง ๒ แก่นเปรู ๑ แก่นมะหาด ๑ ฝักส้มป่อย ๑ สิ่งละส่วน ขมิ้นเครือ ๑ แก่นราชพฤกษ์ ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ตรีผลา ๑ พริกไทย ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน เถาวัลเปรียง ๕ ส่วน เถาวัลเหล็ก ๑๐ ส่วน เบญจกูลสิ่งละ ๑๒ ส่วน ดินประสิว ๑ สารส้ม ๑ แต่พอรำหัดเอาฝางเขี้ยว ๓ เอา ๑ เปนกระสาย ต้มตามวิธีให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันเกิดแต่เส้นเอ็นนั้นหายวิเศษนัก

ลำดับนี้จะกล่าวลักษณโลหิตอันเกิดแต่ข้ออัฐินั้นเปนคำรบ ๕ เมื่อจะบังเกิดกระทำให้เมื่อยทุกข้อทุกลำ อัฐินั้นดังจะคลาดจากกันให้เจ็บเอวให้เจ็บหลังยิ่งนัก มักให้ครั่นตนบิดตัวบ่อยๆ แล้วให้เจ็บระบมไปทั่วทั้งตัว บางทีให้จับสบัดร้อนสะท้านหนาว แลทำพิษนั้นต่างๆ ต่อฤดูมีมาจึงหาย

ถ้าจะแก้เอายาชื่อเทพนิมิตรขนานนี้ ท่านให้เอา โกฐสอ ๑ โกฐเชียง ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐน้ำเต้า ๑ สมุลแว้ง ๑ อบเชยเทศ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แก่นสน ๑ สักขี ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ดอกลำดวน ๑ ดอกกะดังงา ๑ ดอกจำปา ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน จันทน์ทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ ขอนดอก ๑ แก่นพรม ๑ ชะเอมเทศ ๑ หวายตะค้า ๑ ดอกคำฝอย ๑ เลือดแรด ๑ สารส้ม ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน การะบูร ๑ พริกไทย ๑ สิ่งละ ๕ ส่วน แก่นแสมทเล ๑๖ ส่วน เบญจกูลตามพิกัดทำเปนผงแล้วเอาแห้วหมูต้มเปนน้ำกระสาย บดทำแท่งไว้ละลายน้ำเนื้อไม้ต้มแซกพิมเสนให้กิน แก้โลหิตปรกติโทษอันบังเกิด แต่กระดูกนั้นหายวิเศษแล

ขนานหนึ่งชื่อจิตรเกสร เอาดอกมะกรูด ๑ ดอกมะนาว ๑ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาก ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรสัตบุศย์ ๑ ดอกชะลูด ๑ โกฐทั้ง ๕ แก่นสน ๑ จันทน์ทั้ง ๒ กฤษณา ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน แก่นสะเดา ๑ แก่นปรู ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน ดอกสะเดา ๕ ส่วน ตรีกฏุกตามพิกัด บดทำแท่งไว้ละลายน้ำฝางต้ม แซกพิมเสนให้กิน แก้โลหิตปรกติโทษอันเกิดแต่อัฐินั้นหายวิเศษนัก

ขนานหนึ่งชื่อขจรทิพรศ เอาโกฐจุลาลำภา ๑ โกฐสอเทศ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนแดง ๑ กานพลู ๑ จันทน์ทั้ง ๒ ชะเอม ๑ สมอทั้ง ๓ พริกไทย ๑ ผลผักชี ๑ ผลมะขามป้อม ๑ ผลมะแว้งทั้ง ๒ สิ่งละ ๒ ส่วน ดอกจำปา ๘ ส่วน บดทำแท่งไว้ละลายน้ำเทียนดำต้ม แซกชะมดพิมเสนให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ อันเกิดแต่อัฐินั้นหายวิเศษนักแล

พระอาจารย์เจ้ากล่าวสัตรีอิก ๒ จำพวก เรียกว่าชาติโทษคือหญิงบางจำพวกมีอายุได้ ๑๔, ๑๕, ปีก็ดี ควรมีฤดูก็หามีฤดูไม่บางทีมีฤดูมาคราวหนึ่งสองคราวก็แห้งไป ต่อมีสามีแล้วจึงมีฤดูปรกติก็มี บางทีมีฤดูล้างหน้าก็มีครรภ์ทีเดียว ลักษณดังนี้เปนชาติประเวณีแห่งหญิงนั้นมาแต่ตระกูลแห่งบิดามารดา แลย่า ยายของสัตรีผู้นั้นเนื่องกันมาแต่บุราณประเพณี ถ้าแพทย์จะรักษาให้แต่งยาบำรุงธาตุให้บริบูรณ์ กาลควรที่โลหิตจะมีเมื่อใดก็คงจะมีเมื่อนั้น พระอาจารย์เจ้าท่านกล่าวไว้ว่าหญิงเหล่านี้เกิดด้วยราคกำหนัด เพราะความกระสันด้วยกามราคหนัก โลหิตจึงแห้งไปครั้นมีสามีสมความปรารถนา ราคกำหนัดนั้นก็คลายลง โลหิตนั้นก็บริบูรณ์ขึ้นเอง

หญิงจำพวกหนึ่งเมื่อหาสามีมิได้ โลหิตนั้นบริบูรณ์งามดีครั้นมีสามีแล้วได้ ๑ ปี ๒ ปี เดือน ๑ ก็ดี ๒ เดือน ก็ดี โลหิตนั้นจางซีดไป บางทีแห้งติดกระดูกสันหลัง มีอาการให้เจ็บหลังให้ เจ็บเอวให้เมื่อยทุกข้อทุกลำ ให้แดก ให้จุก ให้ท้องขึ้นท้องพองให้เปนไปต่างๆให้ผิวเนื้อชาเนื้อซีด หน้าตาอิดโรยหิวโหยเปนกำลัง ให้นอนมิหลับกินเข้ามิได้ แพทย์ผู้ใดมิได้รู้ก็สมมุติว่าเถาว่าดาลริศดวงก็ว่า เพราะโทษโลหิตนั้นเอง เพราะว่าสัตรีผู้นั้นมัคมากด้วยราคกิเลศ ซ่องเสพกามคุณด้วยสามีนั้นเหลือกำลังนัก ไม่เปนที่จะกินจะนอน บางทีสามีนั้นมากด้วยกามคุณนัก สัตรีมิอาจทนทานกำลังสามีได้ โลหิตนั้นจึงแห้งไป ถ้าแพทย์จะรักษา พึงให้เอายาประจุโลหิตจงหนัก แล้วจึงแต่งยาบำรุงธาตุบำรุงกาม ให้กินแล้วจึงแต่งยาชื่อว่ากำลังราชสีห์ แลแสงพระอาทิตย์ บำรุงโลหิตให้บริบูรณ์แล้วเมื่อใด สัตว์ที่จะมาปติสนธิ์ ก็จะตั้งขึ้นได้เมื่อนั้น

ลำดับนี้จะกล่าวด้วยลักษณโลหิตอันเกิดในกองธาตุทั้ง ๔ นั้นสืบต่อไป ตามอาจารย์ท่านกล่าวไว้ อันว่าลักษณโลหิตอันเกิดแต่กองอาโปธาตุนั้น ถ้าสัตรีผู้ใดที่ยังมิได้มีสามีก็ดี มีสามีแล้วก็ดีเมื่อฤดูจวนจะมีมานั้น กระทำให้ลงไปวันละ ๕ ครั้งวันละ ๖ ครั้ง ฤดูนั้นเดินออกมาเปนมวกเปนมัน เหม็นคาวยิ่งนัก โลหิตนั้นบางทีใส บางทีเปนเปลว ดุจประเมหะแลไข่ขาว แลฤดูนั้นเดินมิได้สดวก ให้ปวดท้องเปนกำลัง ให้บริโภคอาหารมิได้

ถ้าจะแก้ให้เอาสมุลแว้ง ๑ แก่นสน ๑ กฤษณา ๑ เปราะหอม ๑ อบเชย ๑ ชะเอมเทศ ๑ เจตภังคี ๑ ว่านน้ำ ๑ แห้วหมู ๑ รากมะแว้งทั้ง ๒ สิ่งละส่วน สมอพิเภก ๑ เจตมูลเพลิง ๑ ขิงแห้ง ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน สมอไทย ๑ สะค้าน ๑ พริกไทย ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน มะขามป้อม ๑ รากช้าพลู ๑ ดีปลี ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน มะตูมอ่อน ๑๖ ส่วน กะเทียมสุก ๒๔ ส่วน บดทำแท่งไว้ละลายน้ำกะเทียมต้มแซกการะบูรให้กิน แก้โลหิตอันเกิดแต่ในกองอาโปธาตุนั้นหาย วิเศษนักแล

ขนานหนึ่งเอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ มะตูมอ่อน ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ ขิงแห้ง ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน พริกไทย ๘ ส่วน ดีปลี ๑๒ ส่วน ไพล ๕๗ ส่วน บดปั้นแท่งไว้ละลาย น้ำมะนาวแซกพิมเสนให้กินแก้วิเศษโลหิต อันบังเกิดแต่กองอาโปธาตุนั้นหายแล

ขนานหนึ่งเอาแก่นขี้เหล็ก ๑ แก่นมะซาง ๑ แก่นกันเกรา ๑ รากจิงจ้อ ๑ รากส้มป่อย ๑ ผลราชดัด ๑ รากกรุงเขมา ๑ สิ่งละส่วน เจตมูลเพลิง ๔ ส่วน สะค้าน ๘ ส่วน รากช้าพลู ๑๒ ส่วน มะตูมอ่อน ๑๖ ส่วน บดทำแท่งไว้ละลายน้ำ กานพลูต้มแซกพิมเสนให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองอาโปธาตุนั้นหายวิเศษนักแล

ลำดับนี้จะกล่าวด้วยโลหิตอันเกิดแต่กองเตโชธาตุ ถ้าแลเกิดแก่สัตรีผู้ใดมีสามีแล้วก็ดี หาสามีมิได้ก็ดี ลักษณเมื่อฤดูจะมีมานั้น กระทำให้ตึงไปทั้งตัวแล้วฤดูจึงมีมา ให้ร้อนทางช่องครรภ์ดุจถูกพริก แลโลหิตที่ออกมานั้นเปนฟอง มีสีดุจน้ำฝางอันบุคคลเอาน้ำส้มมะนาวบีบลง สีนั้นก็เหลืองไป แล้วกระทำให้ร้อนผิวเนื้อดังจะปอก แลให้อาเจียรให้เหม็นอาหาร บริโภคอาหารมิได้ให้สบัดร้อนสะท้านหนาว แลให้จุกแดกดังกล่าวมานี้

ถ้าจะแก้เอาโกฐสอ ๑ โกฐกระดูก ๑ โกฐหัวบัว ๑ จันทน์ทั้ง ๒ กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ เทียนดำ ๑ ผลผักชี ๑ เมล็ดในมะนาว ๑ รากมะกล่ำทั้ง ๒ ใบหนาด ๑ ผิวมะกรูด ๑ ว่านน้ำ ๑ สารส้ม ๑ เกลือมูตร ๑ สิ่งละส่วน สะค้าน ๑ สมอไทย ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน รากช้าพลู ๑ มะขามป้อม ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ สมอพิเภก ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน บดปั้นแท่งไว้ละลายน้ำร้อนแซกพิมเสน ให้กินแก้วิเศษโลหิต อันบังเกิดแต่เตโชธาตุ นั้นหายวิเศษนักแล

ขนานหนึ่งเอา โกฐจุลาลำภา ๑ เทียนเยาวภานี ๑ จันทน์ชะมด ๑ กานพลู ๑ รากสารพัดพิศ ๑ รากอัญชัน ๑ สารส้ม ๑ ดินประสิว ๑ สิ่งละส่วน สะค้าน ๔ ส่วน รากช้าพลู ๘ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑๒ ส่วน บดปั้นแท่งไว้ละลายน้ำ รากมะกล่ำเครือต้มแซกพิมเสน ให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองเตโชนั้นหายวิเศษนักแล

ขนานหนึ่งเอา โกฐสอ ๑ โกฐเขมา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ กะเทียม ๑ มหาหิงคุ์ ๑ แห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ เกลือเทศ ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ สิ่งละส่วน สะค้าน ๑ พริกไทย ๑ สมอไทย ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน รากช้าพลู ๑ ดีปลี ๑ มะขามป้อม ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ ขิงแห้ง ๑ สมอพิเภก ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน บดทำแท่งละลายน้ำข่าต้มแซกการะบูร ให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองเตโชธาตุนั้นหายวิเศษนักแล

ลำดับนี้จะกล่าวด้วยโลหิตอันเกิดแต่กองวาโยธาตุ ถ้าเกิดแก่สัตรีผู้ใดที่มีสามีแล้วก็ดี ที่มิได้มีสามีก็ดี ลักษณเมื่อจะมีฤดูมานั้น กระทำให้ท้องขึ้นท้องพองให้จุกให้เสียดเปนกำลังให้ตัวร้อนให้จับเปนเวลา ให้คลื่นให้เหียนให้อาเจียรแต่ลมเปล่าฤดูมีมาไม่สดวก มีสีดุจน้ำดอกคำอันจาง ให้ปวดเปนกำลัง

ถ้าจะแก้เอา เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเข้าเปลือก ๑ เทียนสัตบุศย์ ๑ เทียนเยาวภานี ๑ แก่นสน ๑ แห้วหมู ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน มหาหิงคุ์ ๓ ส่วน ขิงแห้ง ๘ ส่วน ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ หัศคุณเทศ ๑ เปล้าน้อย ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน ดีปลี ๔ ส่วน พริกไทย ๑๒ ส่วน เกลือสินเธาว์ ๑๖ ส่วน ทำเปนจุณบดละลายน้ำส้มซ่าให้กินหนัก ๑ สลึงแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองวาโยธาตุนั้นแล

ขนานหนึ่งเอา ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ ขมิ้นเครือ ๑ ดองดึง ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ สิ่งละส่วน รากพันงูแดง ๑ เทียนดำ ๑ รากสลอดกินลง ๑ เปล้าทั้ง ๒ สหัศคุณ ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ดีปลี ๑ รากช้าพลู ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน ขิงแห้ง ๑ เจตมูลเพลิง ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน พริกไทย ๑ สะค้าน ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน เกลือสินเธาว์ ๑๖ ส่วน บดปั้นแท่งไว้ละลายน้ำร้อนแซกพิมเสน ให้กินแก้ววิเศษโลหิตอันเกิดแต่กองวาโยธาตุนั้นหายแล

ขนานหนึ่งเอา เปลือกกุ่มบก ๑ เปลือกมะรุม ๑ ว่านน้ำ ๑ รากอังกาบ ๑ รากพันงูแดง ๑ รากละหุ่งแดง ๑ เปลือกโลท ๑ เมล็ดในราชพฤกษ์ ๑ เปราะหอม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน หัวหญ้าชันกาด ๒ ส่วน กระวาน ๑ กานพลู ๑ สิ่งละ ๓ ส่วน ดีปลี ๑ มะขามป้อม ๑ รากช้าพลู ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน ขิงแห้ง ๑ สมอพิเภก ๑ เจตมูลเพลิง ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน พริกไทย ๑ สมอไทย ๑ สะค้าน ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน มหาหิงคุ์ ๑๖ ส่วน บดทำแท่งไว้ละลายน้ำร้อนน้ำข่า แซกพิมเสนการะบูรให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองวาตะสมุฏฐาน กระทำให้จุกเสียด ให้แดกนั้นหายวิเศษนักแล

ลำดับนี้จะกล่าวด้วยโลหิตอันเกิดแต่กองปถวีธาตุ ถ้าแลเกิดแก่สัตรีผู้ใด ที่มีสามีแล้วก็ดี ที่หาสามีมิได้นั้นก็ดี แลลักษณเมื่อฤดูจะมีมานั้น ให้เมื่อยทุกข้อทุกลำทุกกระดูก ฤดูเดินหยดย้อยมิได้สดวก บางทีเปนมันเปนเมือก บางทีเปนประเมหะระคนออก มากับโลหิตเหนียวดุจยางมะตูม กระทำให้ร้อนให้แสบแล้วจุกเสียดให้ท้องขึ้นเปนกำลัง แลฤดูนั้นมีสีดำสีแดงสีขาวสีเหลืองระคนกันออกมา มีกลิ่นอันคาวยิ่งนัก ให้ปวดในอุทรเปนกำลัง

ถ้าจะแก้เอา สารส้ม ๑ ดินประสิวขาว ๑ ผลจันทน์เทศ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ หอยสังข์เผา ๑ เกลือสมุท ๑ แห้วหมู ๑ กะเทียม ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ มะขามป้อม ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน สมอเทศ ๑๖ ส่วน บดทำแท่งไว้ละลายน้ำร้อนแซกพิมเสนให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองปถวีธาตุนั้นหายวิเศษดีนักแล

ขนานหนึ่งเอา ลำพัน ๑ สารพัดพิศ ๑ เมล็ดราชพฤกษ์ ๑ ดอกคำฝอย ๑ ฝางเสน ๑ รากพันงูแดง ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน ตรีกฏุก สิ่งละ ๔ ส่วน เจตมูล ๑ สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน สมอพิเภก ๑ มะขามป้อม ๑ สมอไทย ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน รากจิงจ้อ ๑๖ ส่วน บดปั้นแท่งไว้ละลายน้ำร้อน แซกชะมดแซกพิมเสน ให้กินแก้วิเศษโลหิต อันเกิดแต่กองปถวี ธาตุนั้นหายวิเศษนักแล

ขนานหนึ่งเอา มหาหิงคุ์ ๑ ลำพัน ๑ ว่านน้ำ ๑ กะเทียม ๑ ไคร้หอม ๑ กระชาย ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน เจตมูลเพลิง ๑ สะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน สมอไทย ๑ สมอพิเภก ๑ มะขามป้อม ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ ดีปลี ๑ สิ่งละ ๑๒ ส่วน เปลือกกันเกรา ๑๖ ส่วน บดทำแท่งไว้ละลายน้ำร้อนแซกการะบูร ให้กินแก้โลหิตอันเกิดแต่กองปถวีธาตุนั้นหายวิเศษนักแล

ลำดับนี้อาจารย์เจ้าท่านกล่าวด้วยยาแก้สาธารณะโลหิตปรกติโทษต่อไป ยาชื่อมหาทิพรศขนานนี้ ท่านให้เอาพิมเสน ๑ ชะมดเชียง ๑ หญ้าฝรั่น ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน ผลเร่ว ๑ อบเชย ๑ ใบกระวาน ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ เลือดแรด ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน เกสรบุนนาก ๑๖ ส่วน ทำเปนจุณบดด้วยน้ำดอกไม้ละลายน้ำกะชายกินแก้หทัยโรค เกิดเพื่อปิตตะ เกิดเพื่อวาตะเสมหะโลหิตสมุฏฐานหายวิเศษนักแล

ยาชื่อกำลังราชสีห์ ท่านให้เอา กฤษณา ๑ กะลำภัก ๑ ขอนดอก ๑ โกฐสอเทศ ๑ โกฐเชียง ๑ โกฐพุงปลา ๑ โกฐบัว ๑ โกฐก้านพร้าว ๑ เทียนดำ ๑ เทียนแดง ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเข้าเปลือก ๑ เทียนเยาวภานี ๑ ดอกกะดังงา ๑ ดอกจำปา ๑ เกสรบัวขาว ๑ เกสรบุนนาก ๑ เกสรบัวหลวง ๑ เกสรบัวแดง ๑ เกสรบัวขม ๑ เกสรบัวเผื่อน ๑ เกสรสัตบงกช ๑ อบเชย ๑ สมุลแว้ง ๑ เถาวัลเปรียงแดง ๑ กำลังวัวเถลิง ๑ เถามวกทั้ง ๒ รากหญ้านาง ๑ ตรีกฏุก ๑ ฝางเสน ๑ เลือดแรด ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ การะบูร ๑ สิ่งละ ๒ สลึง ดอกคำไทย ๕ ตำลึง ทำเปนจุณน้ำดอกไม้เปนกระสายบดทำแท่งไว้ ถ้าจะให้ชูกำลังน้ำตาลกรวดพิมเสนรำหัดให้กิน ถ้าจะแก้โลหิตแก้ลมแก้เส้นละลายน้ำผึ้งพิมเสนรำหัดให้กินหายวิเศษนักแล

ยาชื่อแสนคำทิพขนานนี้ เอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ดอกคำทั้ง ๓ เลือดแรด ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน สารส้ม ๑ แก่นแสมทเล ๑ แก่นประดู่ ๑ ขมิ้นเครือ ๑ เถาวัลเปรียง ๑ แส้ม้าทะลาย ๑ กะทกรก ๑ สมุลแว้ง ๑ สิ่งละ ๕ ส่วน ครั่ง ๖ ส่วน หัวหญ้าชันกาด ๑ แห้วหมู ๑ ฝางเสน ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน เบญจกูลตามพิกัด ต้มตามวิธีให้กินบำรุงโลหิตทั้ง ๑๐ ประการวิเศษนักแล

ยาชื่อประสะคัดเค้า เอาใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ ใบมะกา ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๑ สิ่งละ ๑ ส่วน รากขี้กาทั้ง ๒ ยาดำ ๑ รงทอง ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ผลคัดเค้า ๙ ส่วน ตำเอาน้ำใส่กะทะเขี้ยวให้ข้นจนปั้นได้ให้กิน ๒ สลึง ละลายน้ำมะขามเปียกแซกดีเกลือตามธาตุหนักเบาประจุโลหิต แลขัดโลหิตขัดขังมิสดวกกัดออกสิ้น แก้โลหิตนอนไฟมิได้ก็ดี แลโลหิตเปนลิ่มเปนแท่งอยู่ให้เสียดให้คลั่งนั้นหายแล

ยาชื่อตรีจักร เอาใบเทียน ๑ ใบแก้ว ๑ ใบทับทิม ๑ สิ่งละกำมือ รากคำเค้า ๑ รากจำปา ๑ สิ่งละ ๒ ตำลึง ข่า ๑ กะชาย ๑ สิ่งละ ๑ ตำลึง ฟางเข้าเมืองจีน ๑๐ บาท ดอกจำปา ๑ ตรีกฏุกตามพิกัด ต้มชูโลหิต ๑๐ ประการดีนักแล

ยาชื่อมงคลโอสถ เอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ดอกคำ ๑ ฝางเสน ๑ ยาเข้าเย็น ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน ดอกบุนนาก ๑ ดอกสเดา ๑ ดอกบัวหลวง ๑ จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ แก่นสน ๑ ชลูด ๑ อบเชย ๑ แก่นแสมทั้ง ๒ แก่นขี้เหล็ก ๑ แห้วหมู ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน หอม ๑๒ หัว อ้อยแดงลำ ๑ เอาน้ำมะพร้าวนาฬิเกเปนกระสาย ต้มกินบำรุงโลหิตดีนักแล

ยาแดงโลหิต ขนานนี้ท่านให้เอา กะดาดแดง ๑ กะดาดขาว ๑ บุก ๑ กลอย ๑ อุตพิด ๑ ดองดึง ๑ ตรีกฏุก ๑ ข่า ๑ กะชาย ๑ กะทือ ๑ ไพล ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ว่านน้ำ ๑ ใบว่านหางช้าง ๑ เจตมูล ๑ เปล้าทั้ง ๒ ส้มกุ้งทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ บาท สารส้ม ๒ สลึง ดินประสิว ๒ สลึงเฟื้อง เกลือสินเธาว์ ๓ สลึง ดอกคำ ๒๒ บาทสลึงเฟื้อง มะกรูด ๑ มะนาว ๑ มะงั่ว ๑ ส้มซ่า ๑ สิ่งละผล ทำเปนจุณบดละลายน้ำส้มซ่า น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู ให้กินบำรุงโลหิตคับคั่งแลริศดวงทั้งปวง ถ้างอกทางทวารหนักทวารเบาให้ฉาบรม ถ้าขึ้นนาสิกให้นัดถุ์ ถ้าขึ้นลำคอเปนลำลาบไปกินเผ็ดร้อนมิได้ ให้แสบร้อนเปนกำลัง ให้ทำตามวิธีเถิด

ยาชื่อโลหิตพินาศ เอาเทียนทั้ง ๕ ตรีกฏุก ๑ ตรีผลา ๑ จันทน์ทั้ง ๒ ดอกจำปา ๑ รากจำปา ๑ เปลือกคัดเค้า ๑ รากคัดเค้า ๑ เลือดแรด ๑ ฟางเข้าเจ้า ๑ สิ่งละ ๒ ส่วน ดอกคำทั้ง ๓ ฝางเสน ๑ เปลือกตาเสือ ๑ เปลือกพิกุล ๑ เปลือกมะซาง ๑ แส้ม้าทะลาย ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน เปลือกนนทรี ๖ ส่วน สารส้มกึ่งส่วน ดินประสิว ๑ เท่าส่วนต้น เบญจะกูลตามพิกัด ๓๕ ต้มตามวิธีให้กินขับโลหิตปรกติโทษ ๕ ประการ อันขัดขังมิได้เดินเปนปรกติแล้วสำแดงอาการต่างๆ มีหอบแลชักเปนต้นมีจุกแดกเสียดเปนที่สุด อันเกิดเปนชาติจะละนะ แลอาคันตุกะสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ดี แลโลหิตมิได้มีตามกำหนด แลหย่อนกว่ากำหนดเกินกว่ากำหนดก็ดี ขนานนี้อาจารย์เจ้ากล่าวสรรเสริญไว้ว่าวิเศษนักได้ใช้แล้ว ถ้าผู้ใดจะประกอบขึ้นให้บุคคลเกิดโลหิตโรคนั้นบริโภค ก็พึงให้พิจารณาในปรกติโลหิต แลทุจริตโลหิตสันนิจจะโลหิต นั้นแม่นก่อนแล้ว จึ่งประกอบให้ต้องตามสมุฏฐานโรค ถ้าสมุฏฐานโรคธาตุฤดูอันมีอยู่ในคัมภีร์มหาพิกัตนั้น จึ่งเสื่อมหายโดยเร็วยิ่งนักแล

ยาชื่อชาติเจริญ เอาโกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ กะลำภัก ๑ สมุลแว้ง ๑ จันทน์ทั้ง ๒ สิ่งละ ๑ ส่วน ตรีกฏุก ๒ ส่วน กะทือ ๑ ไพล ๑ ข่าตาแดง ๑ กะชาย ๑ ฝางเสน ๑ ตรีผลา ดอกสารภี ๑ ดอกพิกุล ๑ ผลคัดเค้า ๑ เลือดแรด ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน ดอกจำปา ๑ ดอกคำฝอย ๑ ใบเทียน ๑ ใบทับทิม ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน อ้อยแดง ๓ ปล้อง สารส้ม ๑ เท่าส่วนต้นเอาแต่ส่วน ๑ ดินประสิวขาว ๑ เท่าส่วนต้น เต็ม ๓๗ ต้มให้กินบำรุงโลหิตปรกติโทษ แลขับกำเดา ให้เดินสดวกในผิวหนังมังสาบริบูรณ์งามดีวิเศษนักแล

ยาชื่อปรกติโลหิต เอาโกฐกะดูก ๑ โกฐจุลาลำภา ๑ โกฐบัวเทียนขาว ๑ บอรเพ็ด ๑ ผลกระดอม ๑ สิ่งละ ๔ ส่วน คำฝอย ๑ แห้วหมู ๑ มะตูมอ่อน ๑ สิ่งละ ๘ ส่วน รากไม้แดง ๑ รากเสนียด ๑ รากมะกรูด ๑ รากมะนาว ๑ ฝางเสน ๑ สิ่งละ ๑๖ ส่วน ดินประสิวเท่าส่วนต้น สารส้มกึ่งส่วนต้น ตรีกฏุกตามพิกัด ๒๓ ต้มตามวิธีให้กินแก้โลหิตปรกติโทษ ก็หยุดแต่เพียงนี้

ยาชื่อเบญจธาตุ เอาสะค้าน ๑ ช้าพลู ๑ เจตมูล ๑ พริกไทย ๑ ดีปลี ๑ ขิง ๑ บอรเพ็ด ๑ ข่า ๑ ตะไคร้ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ขมิ้นเครือ ๑ แห้วหมู ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค ทำผงละลายน้ำผึ้งน้ำร้อนน้ำขิงน้ำข่าน้ำกะเทียมน้ำไพล แก้ธาตุทั้ง ๔ แก้ลมทั้งปวง แก้โลหิตแก้เส้นจำเริญอาหารดีนักแล

ยาประจุโลหิตเหน้าโลหิตร้ายแลโลหิตตกหมกอยู่ แลสาระพัดโลหิตร้ายทั้งปวง ท่านให้เอาน้ำประสารช่างทอง ๑ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ โกฐสอ ๑ ผลผักชีทั้ง ๒ พริกล่อน ๑ ขิง ๑ ผลจิงจ้อใหญ่ ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ ผลสะบ้าเผา ๑ กานพลู ๑ ยาทั้งนี้สิ่งละ ๑ สลึง สมอเทศ ๑ บาท จึงเอาผลสลอดเท่ายาทั้งหลายปอกเปลือกเอาแต่ไส้ใน แล้วใส่ในผลมะพร้าวนาฬีเกหมกไฟแกลบไว้คืน ๑ ยังรุ่ง ผึ่งแดดให้แห้งแล้วจึ่งบดด้วยยาทั้งนั้น เมื่อจะกินละลายน้ำร้อน น้ำผึ้งน้ำส้มก็ได้แซกเกลือนิดหนึ่ง ธาตุเบากิน ๒ ไพ ธาตุหนักกิน ๑ เฟื้อง ลงจนถึงเสมหะขับโลหิตร้ายสิ้นแล ถ้าเปนลมจุกเสียดแลโลหิตตีขึ้นปะอก หรือตกช้าง ม้า โค กระบือ ตกต้นไม้ก็ใช้ได้ คลอดบุตรรกมิออกก็ดีกินยานี้หาย แก้สาระพัดโรคทั้งปวงหายวิเศษนักแล ท่านตีค่าไว้ชั่งทองหนึ่งแล

ยาชื่อดาวดึงษาทศวิเวก แก้บวมเพื่อริศดวงเลือด, ลม, เอาโกฐกัดตรา ๑ โกฐหัวบัว ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐพุงปลา ๑ โกฐสอ ๑ เทียนตาตักแตน ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ เทียนเยาวภานี ๑ เทียนสัตบุศย์ ๑ ผลสมอไทย ๑ ยาทั้งนี้สิ่งละ ๑ บาท ผลจันทน์ ๑ สลึง ดอกจันทน์ ๑ สลึง กระวาน ๑ สลึง กานพลู ๑ สลึง เจตมูลเพลิง ๕ บาท จิงจ้อเหลี่ยม ๖ บาท พริกไทย ๔ บาท ดีปลี ๔ บาท ขิง ๑ บาท สหัศคุณเทศ ๑ บาท รากตองแตก ๑ บาท ว่านน้ำ ๑ บาท มหาหิงคุ์ ๑ บาท การะบูร ๓ บาท ตำเปนผงใส่กะทะขั้ว ให้เหลืองเอาน้ำมะนาวพรมขั้ว ละลายน้ำผึ้งแก้ลมทั้งปวง แก้บวมน้ำร้อน แก้ลมในเนื้อ ชื่อลมกัศวาตลม ๓๒ จำพวก ลมเถา ลมดาล ลมทั้งหลายหายสิ้นแล

ยาขนานหนึ่งชื่อฝนแสนห่าสิงคาทิจร แก้สันนิบาต ๗ จำพวกเปนเพื่อเสมหะโลหิตแลเพื่อกินของคาว เปนเพื่อทำการหนักชื่อสิงคาทิจร คือน้ำมูกตกเบื้องบนอากาศธาตุ จึงให้ไอเสียงแห้งให้หอบสอึก ให้แต่งยานี้แก้ เอาเม็ดพรรผักกาด ๑ ผลผักชี ๑ ขิงฝอย ๑ ข่า ๑ กะทือ ๑ ทำผงบดกินหายแล

ยาแก้บวม เอามหาหิงคุ์ ๑ เฟื้อง ผลจันทน์เทศ ๑ เฟื้อง ดอกจันทน์ ๑ เฟื้อง น้ำประสารทอง ๑ เฟื้อง ผลเสมอเทศ ๑ เฟื้อง ยาดำ ๑ เฟื้อง เกลือสินเธาว์ ๑ สลึง กานพลูเท่ายาทั้งหลาย ผลสลอด เมื่อบดเอาอ้อยแดงต้มเดือด ๓ พลุ่ง เปนกระสายบดปั้นเท่าเม็ดนุ่นกินหนัก ๑ เฟื้อง หนัก ๑ สลึง ตามธาตุหนักเบา แก้โรคทั้งหลายริศดวงผอมเหลือง แก้บวมแก้ท้องรุ้งพุงมารเสพมาตุคามลึงฟกบวม รุฝีในท้องแลคุธราดฝีดาษหายสิ้นแล

ยาชื่อสมุทจร เอาขิง ๑ พริก ๑ ดีปลี ๑ พักแพวแดง ๑ ผลช้าพลู ๑ ผลพิลังกาสา ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ มหาหิงคุ์ ๑ เกลือเทศ ๑ เอาเท่ากันบดละลายน้ำก็ได้ น้ำผึ้งก็ได้ ลมเปนก้อนในท้องก็กินยานี้หายแล

ยาชื่อมาลาสันนิบาต เอาผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กาลพลู ๑ ลำพัน ๑ การะบูร ๑ ขิงแห้ง ๑ ผลสมอ ๑ น้ำประสานทอง ๑ เถาหญ้านาง ๑ ดอกกะดังงา ๑ โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ ดีปลีเท่ายาทั้งหลาย บดละลายน้ำร้อนแซกขิงกิน แก้ลมจุกคอ แก้แน่นน่าอก แก้จุกเสียด แก้สอึกหายแล

ยาแก้ลงแก้บิดให้ปวดให้มวนท้อง เอาผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กานพลู ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ยาทั้งนี้ขั้วให้ไหม้ กันชา ๑ ดินกิน ๑ น้ำกระสายควรแก่โรคนั้นเถิด

ยาเด็กผอมแห้งแต่ไม่ลง ต้มยานี้ให้กิน เอาใบมะกา ๑ รากกะเพรา ๑ รากชุมเห็ดเทศ ๑ รากหวายขม ๑ เปลือกไข่เหน้า ๑ เปลือกหอยขม ๓๓ ตัว เปลือกหอยแครง ๓๓ ฝา ขมิ้นอ้อย ๗ แว่น บอรเพ็ด ๗ ท่อน ต้มกินหายแล

ยาแก้เสมหะ ให้เอาใบมะกา ๑ ใบมะยม ๑ ใบมะเฟือง ๑ ใบหนาด ๑ ฝักราชพฤกษ์ ๓ ฝัก ขยำเอาน้ำต้มเกลือกำมือ ๑ ต้มกินหายแล

ยาหอมแก้พิษโลหิต เอาใบพิมเสน ๑ ใบสันพร้าหอม ๑ เปราะหอม ๑ จันทน์เทศ ๑ ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค จันทน์แดง เท่ายาทั้งหลาย ดีหมูเถื่อน ๑ ดีงูเหลื่อม ๑ ดีวัวเถื่อน ๑ พิมเสนแซกเปนกระสาย บดกินเถิดหายแล

(จบมหาโชตรัตเล่ม ๓)

*******************************


footer